วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568

จุฬาฯ ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แด่สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน

จุฬาฯ ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

แด่สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา      วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏานเสด็จจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 น.


ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการพัฒนาระหว่างประเทศแด่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ในฐานะที่ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรด้วยพระราชหฤทัยตั้งมั่นอยู่บนการพัฒนาอันยั่งยืน ทรงให้ความสำคัญด้านการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ ทรงดำเนินโครงการในพระราชดำริโดยให้ความสำคัญแก่เยาวชนและเด็ก ทรงเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และทรงสนับสนุนการมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นของประชาชนตามวิถีประชาธิปไตย และทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาแด่สมเด็จพระราชินี เจตซุน เพมา วังชุก ในฐานะที่ทรงเป็นนักพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน ทรงมีพระปรีชาญาณ พระเมตตาและพระวิสัยทัศน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวภูฏานทั้งในด้านสุขภาวะ ความเสมอภาค การอนุรักษ์และการพัฒนา และนำพาประเทศไปสู่ความเป็นสมัยใหม่ 

        ในการนี้ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ ทูลเกล้าฯ ถวายทุนการศึกษาแก่นิสิตภูฏานแด่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก จำนวน 5 ทุน และถวายแด่สมเด็จพระราชินี เจตซุน เพมา วังชุกจำนวน 5 ทุน จากนั้นสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พระราชทานพระราชดำรัส นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทูลเกล้าฯ ถวายของที่ระลึกแด่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และอธิการบดีจุฬาฯ ทูลเกล้าฯ ถวายของที่ระลึกแด่สมเด็จพระราชินี เจตซุน เพมา วังชุก 


        และในโอกาสนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินี เจตซุน เพมา วังชุก ทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับกรรมการสภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารมหาวิทยาลัย ณ ห้องรับรอง หอประชุมจุฬาฯ จากนั้นทอดพระเนตรการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมไทย-ภูฏาน ณ หอประชุมจุฬาฯ ประกอบด้วยการแสดง 3 ชุด ได้แก่ 

- การขับร้องและบรรเลงเพลงชาติภูฏาน และเพลงชาติไทย โดยนิสิตภูฏาน วงดุริยางค์      เครื่องลมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวงนักร้องประสานเสียง สโมสรนิสิตจุฬาฯ 

- การบรรเลงเพลงโหมโรงมหาจุฬาลงกรณ์ โดยวงมหาดุริยางค์ไทยเยาวชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ChulaThaiYO) และวงดุริยางค์เครื่องลมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

- การบรรเลงและขับร้องเพลง “รัตนบริบาลร่มเย็นมาช้านานทั้ง 2 แผ่นดิน” บรรเลงโดย     วงมหาดุริยางค์ไทยเยาวชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ChulaThaiYO) โดยนิสิตโครงการพัฒนาวิชาการศิลปะไทย ประกอบการแสดงโดยนิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

        ประเทศไทยและราชอาณาจักรภูฏาน มีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ตั้งอยู่บนพื้นฐานของพระราชไมตรีระหว่างราชวงศ์ของทั้งสองราชอาณาจักร เสริมด้วยความร่วมมือในระดับสถาบันและประชาชนต่อประชาชน และได้รับการเกื้อหนุนจากการมีส่วนร่วมร่วมกันในกรอบภูมิภาค BIMSTEC ความสัมพันธ์ดังกล่าวยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานของความเคารพในแนวทางการพัฒนาที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศ ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างประเทศไทยและภูฏานจึงนับเป็นแบบอย่างอันงดงามของมิตรภาพในทวีปเอเชีย แสดงให้เห็นว่าคุณค่าร่วม การทูตทางวัฒนธรรม และความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง สามารถหล่อหลอมความเป็นหุ้นส่วนระหว่างประเทศที่มั่นคงและเปี่ยมความหมายได้อย่างแท้จริง

       ความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับราชอาณาจักรภูฏานได้รับการสั่งสมและเสริมสร้างผ่านความร่วมมือทางวิชาการและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมตลอดหลายทศวรรษ โดยสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ มีความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตภูฏานในประเทศไทย และหน่วยงานในภูฏาน ทั้งในด้านวิชาการ ด้านวัฒนธรรม และด้านความสัมพันธ์เชิงการทูต 

         ทั้งนี้ ในปีการศึกษา 2568 มีนิสิตชาวภูฏานศึกษาอยู่ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจำนวน 6 คน เป็นนิสิตระดับปริญญาเอก บัณฑิตวิทยาลัย 1 คน และนิสิตปริญญาโท 5 คน จากบัณฑิตวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ และวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข

วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง 

มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี


     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมมูลค่ากว่า 6.9 แสนบาท พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการในพื้นที่ฟรี ณ บริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี


     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ พร้อมด้วย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี (จังหวัดที่ 3 ของทางภาคใต้) จำนวน 28 ครัวเรือน มูลค่าทั้งสิ้น 690,450 บาท (หกแสนเก้าหมื่นสี่ร้อยห้าสิบบาทถ้วน) พร้อมจัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผมชาย-หญิง และกิจกรรมนันทนาการ โดยมี  นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายสงัด พืชพันธุ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี คณะมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานีเป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี  พร้อมด้วย อาสาสมัครศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายนพดล ทรงแสง (จิ้ม ชวนชื่น) นายธวัชชัย คชาอนันต์ (แฮ็ค ชวนชื่น)และ นายเกียรติภูมิ บันลือชัยฤทธิ์ (ภูมิ) ร่วมในพิธี ณ บริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568


     โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน  ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยได้ดำเนินการไปแล้ว 3 ระยะ โดยกลุ่มเป้าหมายแรก ระยะที่ 1 ดำเนินการในพื้นที่ภาคกลางแล้วจำนวน 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ระยะที่ 2 ได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือแล้วจำนวน 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ระยะที่ 3 ได้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัด ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด รวม 485 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนผู้ประสบอุทกภัย ประจำปี พ.ศ.2567 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดเชียงราย อีกจำนวน 57 ครัวเรือน รวมจำนวนครัวเรือนยากจนที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้สร้างอาชีพ สร้างชีวิต ด้วยการมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแล้วทั้งสิ้น 870 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท และในขณะนี้ได้พิจารณาดำเนินการพื้นที่ภาคใต้ รวม 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล กระบี่ ภูเก็ต ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

     ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

.## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## 

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 256...