วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เดินหน้าไม่หยุด หารือสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เดินหน้าไม่หยุด หารือสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 



        สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) นำโดยนายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) พร้อมด้วบคณะกรรมการ ได้แก่ นายชัย. อรุณานนท์ชัย นายภาค วราธนานันท์ ที่ปรึกษา สทท. นางฉลอม  สงล่า ที่ปรึกษาคณะกรรมการจรรยาบรรณ สทท. นายโสพนา. บุญสวยขวัญ รองประธาน สทท. นายกิตติ  พรศิวะกิจ นายเด่น  มหาวงศ์นันท์ นายสรรเพ็ชญ.ศรีสวัสดิ์ และนายชัยพร. ศุภนิมิตวิเศษกุล ผู้ช่วยประธาน สทท. นายภัสพลภ์ ชัยสุริยาทวิกูล ประธาน สทท.จ.ปทุมธานี เข้าพบนางกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และคุณศันสนีย์ ฮวบสมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี สวทช. เพื่อปรึกษาหารือแนวทางความร่วมมือและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการยกระดับการท่องเที่ยว ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย ณ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564



              นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) 
กล่าวว่า วันนี้ทาง สทท. ได้เข้าพบนางกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และคุณศันสนีย์ ฮวบสมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี สวทช. เพื่อปรีกษาหารือแนวทางความร่วมมือการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลังยุควิกฤต Covid-19 การสนองต่อ BCG ซึ่งได้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ บรรจุในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการยกระดับการท่องเที่ยวด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งทาง สวทช. ก็เต็มใจและยินดีอย่างยิ่งในการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย และวันนี้ก็ได้ปรึกษาหารือในเรื่องต่างๆ หลายเรื่องด้วยกัน โดยเน้นทางด้านจังหวัดท่องเที่ยวให้มีความสะดวกปลอดภัย รักสิ่งแวดล้อม โดยได้รับฟังการบรรยายจาก StartUp เกี่ยวกับทางด้านเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน, การพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อรองรับเกี่ยวกับเรื่องสุขอนามัย, การพิสูจน์อัตลักษณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่อง Mice Solution ที่ร่วมกับ สสปน ในการทำให้ เมืองไทยเป็นตลาดศูนย์กลางการประชุมผ่านอินโนเวชั่นส์ ซึ่งทาง สวทช. มีความสนใจในความร่วมมือในด้านเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวผ่านสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ในการขับเคลื่อนภายใต้สถานการณ์วิกฤตเพื่อให้ภาคแรงงาน และผู้ประกอบการมีเครื่องมือในการใช้ในอนาคต




           ด้านคุณศันสนีย์ ฮวบสมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี สวทช. กล่าวว่า วันนี้ก็ยินดีอย่างยิ่งที่ทางสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ได้มาเยี่ยมสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และได้มีการพูดคุยปรึกษาหารือร่วมกันในหลายๆ เรื่อง ทั้งเรื่อง BCG ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ และให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการยกระดับการท่องเที่ยวด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในเรื่องของสุขลักษณะ ความปลอดภัยในเรื่องต่างๆ รวมถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม แต่วันนี้มีเวลาจำกัด และยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องหารือ ทาง สวทช. จึงขอเชิญทาง สทท. มาร่วมหารือกันอีกในโอกาสต่อไป






สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เดินหน้าต่อเนื่องเข้าพบอธิบดีกรมการท่องเที่ยว/ผอ.การกองทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์/ผอ.กองพัฒนามาตรฐานบุคลากรด้านการท่องเที่ยว และ อพท. เพื่อหารือถึงแนวทางการทำงานร่วมกันในการยกระดับการท่องเที่ยว

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เดินหน้าต่อเนื่องเข้าพบอธิบดีกรมการท่องเที่ยว/ผอ.การกองทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์/ผอ.กองพัฒนามาตรฐานบุคลากรด้านการท่องเที่ยว และ อพท. เพื่อหารือถึงแนวทางการทำงานร่วมกันในการยกระดับการท่องเที่ยว

                    นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ในสถานะการณ์โควิด-19 โดยนำคณะกรรมการบริหารสมาคม ได้แก่ นางสมทรง สัจจาภิมุข  ว่าที่ร้อยตรีเอนก นุรักษ์ รองประธาน สทท. นายพงศกร  ชูวิชา นายภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์ นายดำรงค์วุฒิ วิริยะ นายชัยพร. ศุภนิมิตวิเศษกุล นายสรรเพ็ชญ.ศรีสวัสดิ์  และนายกรณรงค์ ทองหนู ผู้ช่วยประธาน สทท. เข้าพบนายอนันต์ วงศ์เบญจรัตน์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว  นายอุดม มัตสยะวนิชกูล ผู้อำนวยการกองทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ และนางพัฒนศิริ ศัลยสิริ อิ้วตกส้าน ผู้อำนวยการกองพัฒนามาตรฐานบุคลากรด้านการท่องเที่ยว เพื่อหารือถึงแนวทางการทำงานร่วมกัน และให้ข้อเสนอแนะการยกระดับการท่องเที่ยว ณ กรมการท่องเที่ยว ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564


                   นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า วันนี้ ทาง สทท. ได้เสนอแนวทางการทำงานด้วยกัน 2 เรื่อง คือ

1. ขอให้พิจารณายกเว้นค่าธรรมเนียม


ยมการต่อใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว และยกเว้นค่าธรรมเนียมการต่ออายุบัตรมัคคุเทศก์

2. ขอให้แก้ไขกฏหมายที่เกี่ยวข้องบางประเด็น อาทิ การส่งประกันอุบัติเหตุการเดินทางที่ซำ้ซ้อน การวางหลักประกันของบริษัทนำเที่ยว และการนำเงินจากกองทุนมาใช้ให้เกิดประโยชน์


      และในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ก็เดินทางไปที่องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือการดำเนินงาน "โครงการคิดถึงชุมชน" อย่างเช่น โครงการ "หลงรักเลย เส้น Romantic Route ที่จังหวัดเลย คิดถึงชุมชน ไปจังหวัดเลย" และ "คิดถึงชุมชน คิดถึงบางกระเจ้า" ฯลฯ โดยมีนาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการ อพท. เป็นประธานประชุมในครั้งนี้ เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือการดำเนินงาน สำหรับ "โครงการคิดถึงชุมชน"


        นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. กล่าวว่า ทางองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ซึ่งมีภารกิจหลักในการประสาน ส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน มีแผนที่จะดำเนินงาน "โครงการคิดถึงชุมชน" เพื่อช่วยเหลือชุมชนและภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ที่ได้รับผลกระทบจากกาแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยรูปแบบการดำเนินโครงการจะมุ่งเน้นการบูรณาการการทำงานระหว่าง อพท. หน่วยงานภาครัฐด้านการท่องเที่ยว และสมาคมท่องเที่ยวต่างๆ ภายใต้การนำของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เพื่อให้เกิดการบูรณาการการดำเนินโครงการโดยสมารถช่วยเหลือชุมชนและภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้อย่างทั่วถึงและเกิดประโชน์สูงสุดกับทุกภาคส่วน













วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญร่วมงานเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2564 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย ระหว่างวันที่ 11-20 กุมภาพันธ์ 2564

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญร่วมงานเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2564 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย ระหว่างวันที่ 11-20 กุมภาพันธ์ 2564

          มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยนายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ขอเชิญทุกท่าน ร่วม “สักการะหลวงปู่ไต้ฮง” ขอพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนเพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่  ลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา หรือ “พะเก่ง” เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขอให้ครอบครัวมีสุข เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา เสริมความมั่นคงสถาพร ตลอดปี พร้อมรับประทาน สาคูสิริมงคล  เพื่อความกลมเกลียวและอยู่เย็นเป็นสุข  รับฮู้ (ยันต์) ของหลวงปู่ไต้ฮง  ติดหน้าบ้าน หรือพกติดตัวเพื่อคุ้มครอง  เคาะระฆังทอง ให้ก้องกังวานเพื่อให้ชีวิตสดใส การงานรุ่งเรืองระบือไกล และร่วมขอพรเทพยดาฟ้าดินเนื่องในวันประสูติ (ทีกงแซ)  ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 20 ก.พ. 64  ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เช่น หลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ ระหว่างวันที่ 11-20 กุมภาพันธ์ 2564 (โดยในวันที่ 11 และวันที่ 19 กุมภาพันธ์  2564 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเปิดบริการโต้รุ่ง)

            เทศกาลตรุษจีน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เฮง ๆ ๆ  ต้อนรับปีฉลู ยุค New Normal มูลนิธิฯ เปิดให้มีการทำบุญพะเก่งออนไลน์ โดยสามารถลงชื่อสวดชัยมงคลคาถาได้ที่เว็บไซต์    prakengonline.pohtecktung.org 

** สำหรับมาตรการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดให้มีมาตรการคุมเข้มทั้งในด้านการตั้งจุดคัดกรองเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิโดยเจ้าหน้าที่ที่มีองค์ความรู้ด้านการช่วยเหลือฉุกเฉิน การจัดตั้งจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่าง ๆ การจัดทำสัญลักษณ์การเว้นระยะห่าง (Social Distancing) รวมถึงการขอความร่วมมือประชาชนผู้มีจิตศรัทธาสวมหน้ากากอนามัย / หน้ากากผ้า สแกน QR Code แพลตฟอร์ม “ไทยชนะ ทุกครั้งก่อนเข้าศาลเจ้าไต้ฮงกง และฝั่งสำนักงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นอกจากนี้ยังจัดให้การฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ซึ่งมูลนิธิฯ ได้ริเริ่มดำเนินการอย่างเคร่งครัดเรื่อยมา เพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้กับประชาชน และผู้มีจิตศรัทธาที่เดินทางร่วมทำบุญสาธารณกุศลกับมูลนิธิฯ  โดยในช่วงเทศกาลตรุษจีน มูลนิธิฯ จะมีมาตรการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสทุกวันหลังปิดทำการในแต่ละวัน **

         นอกจากนี้ เทศกาลตรุษจีน ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  มูลนิธิฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร คอยอำนวยความสะดวกผู้มีจิตศรัทธา รวมทั้งจัดตั้งหน่วยพยาบาลสำหรับการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน และจัดให้มีป้ายประชาสัมพันธ์ค่าฝุ่นละออง P.M 2.5 แบบ Realtime เพื่อเป็นข้อมูลแก่ผู้มีจิตศรัทธาอีกทางหนึ่ง 

           ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ขอให้ประชาชนคอยติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง และคอยดูแลคนรอบข้าง หากพบเห็นประชาชนท่านใด ที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเหตุได้ที่ แอป “ป่อเต็กตึ๊ง 1418” ที่สามารถ ติดตามการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ววันนี้ทั้ง App Store และ Playstore    

          เนื่องจากมีผู้มีจิตศรัทธามาร่วมทำบุญบริจาคเป็นจำนวนมาก  อาจส่งผลให้ผู้ที่ใช้เส้นทางใกล้เคียงมูลนิธิฯ ได้แก่ ถนนพลับพลาไชย  ถนนเจ้าคำรพ  ถนนมังกร  ถนนหลวง  ถนนเสือป่า   ไม่ได้รับความสะดวกในการสัญจร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้  

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 หรือเฟซบุ๊ก แฟนเพจ facebook.com/atpohtecktung

ป่อเต็กตึ๊งช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต 

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง 1418 

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19 ระดมทีมลงพื้นที่ 10 จังหวัดออกแจกจ่ายถุงยังชีพแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19 ระดมทีมลงพื้นที่ 10 จังหวัดออกแจกจ่ายถุงยังชีพแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19


นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการดำรงชีพของประชาชนในพื้นที่ต่างๆ  นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จึงมอบหมายให้นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการมูลนิธิฯ ดำเนินการจัดทีมสังคมสงเคราะห์ และอาสาสมัคร  ระดมถุงยังชีพลงพื้นที่แจกจ่ายเพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ทันที




มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายพินัย ศรีพนาสณฑ์ ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วยนายดิลก รอดบำรุง รักษาการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ จัดทีมสังคมสงเคราะห์ และอาสาสมัคร ลงพื้นที่ออกแจกจ่ายถุงยังชีพแก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม นครนายก สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี และ อ่างทอง รวม 10 จังหวัด  ถุงยังชีพจำนวน 2,400 ชุด รวมงบประมาณเป็นเงิน 840,000 บาท (แปดแสนสี่หมื่นบาทถ้วน)



โดยการดำเนินการดังกล่าว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ประสานหน่วยงานรัฐในพื้นที่แต่ละแห่ง และปฏิบัติตามหลักการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเว้นระยะห่างทางสังคมคม (Social Distancing) พร้อมให้บริการเจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ รวมถึงการตรวจวัดอุณหภูมิให้แก่ประชาชนที่มารอรับ ระหว่างวันที่ 30 มกราคม- 7 กุมภาพันธ์ 2564

นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ในปี 2563 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้จัดให้มีการช่วยเหลือทั้งใน ด้านบรรเทาสาธารณภัย” ในการปรับแผนด้านการช่วยเหลือฉุกเฉิน ด้านสังคมสงเคราะห์” ในการลงพื้นที่แจกจ่ายอาหารกล่องพร้อมน้ำดื่ม และหน้ากากอนามัย (ชนิดผ้า) รวมทั้งการแจกจ่ายถุงยังชีพแก่ประชาชนในชุมชน รวมทั้งจัดตั้งตู้ปันสุขในพื้นที่ต่าง ๆ  โดยการปรับเปลี่ยนพื้นที่ตั้งตู้ปันสุขไปตามพื้นที่ต่างๆ และ ด้านหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน” ในการแจกจ่ายหน้ากากอนามัยและให้ความรู้ด้านการการป้องกัน การแจกจ่ายชุดยาสามัญประจำบ้าน  เจลแอลกอฮอล์ และเครื่องอุปโภคบริโภคที่จะเป็น แก่ประชาชนในชุมชนต่างๆ โดยเน้นการช่วยเหลือในกลุ่มผู้เจ็บไข้ได้ป่วยเบื้องต้นและผู้สูงอายุเพื่อบรรเทาทุกข์แก่ประชาชน การแจกจ่ายชุดยาสามัญประจำบ้านในชุมชนต่างๆ พร้อมทั้งจัดตั้งกองทุน ธารน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19” มอบอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์มอบให้กับโรงพยาบาลที่ขาดแคลนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และในปี 2564 นี้ แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ระลอกใหม่ ยังคงน่าเป็นห่วง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยังคงลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง รวมงบประมาณดำเนินการออกช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนถึงปัจจุบัน เป็นเงินไม่ต่ำกว่า 22 ล้านบาท

ถึงจะต้องอยู่ห่าง ...แต่เราพร้อมเคียงข้างคุณเสมอ

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง 1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน 

วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เข้าพบ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อปรีกษาหารือแนวทางสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เข้าพบ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อปรีกษาหารือแนวทางสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย


นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) พร้อมด้วยคณะกรรมการสภาฯ ได้แก่ ว่าที่ร้อยตรีเอนกนุรักษ์ นายธเนศ วรศรัณย์ นายโสพนา บุญสวยขวัญ คุณมาริสา สุโกศล หนุนภักดี รอง ประธาน สทท. รองฯประธาน สทท.นายชัยพร ศุภนิมิตวิเศษกุล นายกิตติ พรศิวะกิจนายเด่น มหาวงศนันท์และนายสรรเพ็ชญ ศรีสวัสดิ์ผู้ช่วยประธาน สทท.เข้าพบนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อปรึกษาหารือแนวทางสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยณ ห้องประชุมวชิราวุธกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อ วันพุธที่3 กุมภาพันธ์  2564  ที่ผ่านมา


หลังเข้าพบและปรึกษาหารือกับนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้ว นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ท่านรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับแนวทางสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเป็นอย่างดีเยี่ยมโดยมีแนวทางในการขอการสนับสนุนคลังความรู้ ในการ Upskill/Reskill /New skill ร่วมกับนักประสบการณ์ของ สทท. ทำหลักสูตรระยะสั้น เพิ่มศักยภาพของแรงงานและ Transform คนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ตกงาน จะได้ทำอาชีพใหม่

นายกิตติ พรศิวะกิจ ผู้ช่วยประธาน สทท. กล่าวเสริมว่า สทท. เราจะทำTourism Labor Bankหรือ ธนาคารแรงงานภาคการท่องเที่ยว คือ ศูนย์รวมคนงาน และความรู้ เพื่อรักษาการจ้างงานและพัฒนาบุคลากรวงการท่องเที่ยว สำหรับการเตรียมความพร้อมในการแข่งขันยุค Next Normal

Tourism Labor Bank ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 

(1) Collect  เพื่อรวบรวมข้อมูลและทักษะของผู้ว่างงาน และผู้ประกอบการที่ต้องการจ้างงานและทักษะที่ต้องการ เพื่อสร้าง Big data แรงงานท่องเที่ยวและคาดการณ์ Future Demand 

(2) Develo คือ ส่วนของการพัฒนา Upskill / Reskill เพื่อพัฒนาแรงงานให้ได้ทักษะที่ต้องการในอนาคต เช่น การตลาดดิจิตอล การดูแลผู้สูงวัย อาหารเพื่อสุขภาพ 

(3) Matching คือส่วนของการจับคู่ผู้ว่างงานกับผู้จ้างงาน ตามทักษะที่เหมาะสม โดยอาจจะเป็นการจ้างงงานแบบระยะยาว แบบสัญญาระยะสั้น หรือ แบบรายวัน โดยแรงงานที่เหลือนำไปพัฒนา SME แลการท่องเที่ยวท้องถิ่น  โดยงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ โดยอาจเป็นแบบ Co-payment หรือ การสนับสนุนผ่านงบประมาณโครงการเงินกู้ฟื้นฟูประเทศ ให้ผู้ทำงานและผู้เรียนได้รับเบี้ยเลี้ยงวันละ 300-500 บาท

ในส่วนของบริษัทท่องเที่ยวและรถโดยสารไม่ประจำทางนั้นนายเด่น มหาวงศนันท์ผู้ช่วยประธาน สทท. กล่าวว่า สทท.เราก็นำเสนอโครงการ ยกขบวนเที่ยวไทย ภูมิใจช่วยชาติ” ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงาน และโรงเรียน วิทยาลัยอาชีวศึกษา ทั่วประเทศ นำนักเรียน นักศึกษาเที่ยวผ่านทัวร์ในโครงการ “เยาวชนไทย เที่ยวไทย หัวใจรักชาติ” เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ในอัฒลักษณ์ เอกลักษณ์ ประวัติศาสตร์ของไทยมีความผูกพันและมีความรักชาติ ซึ่งถือเป็นการเปิดมุมมองใหม่ในการท่องเที่ยวในประเทศไทย และเป็นการช่วยการท่องเที่ยวในส่วนของรถโดยสารมัคคุเทศก์ ไกด์ ชุมชน ร้านอาหาร โรงแรม สวนสนุก ฯลฯ ซึ่งถือว่าเป็นการ Restart ท่องเที่ยวไทย

นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวเสริมปิดท้ายว่า วันนี้เป็นครั้งแรกในที่ สทท. มาปรึกษาหารือกับนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และท่านรัฐมนตรีฯ ก็ได้ให้ความสำคัญกับแนวทางที่ทาง สทท. ปรึกษาหารือและเสนอไปทำให้ทางคณะกรรมการ สทท.มีกำลังใจในการทำงาน และจะมีการตั้งคณะทำงานระหว่าง สทท. กับทางกระทรวงศึกษาธิการมาหารือในขั้นตอนที่จะลงรายละเอียดในโครงการต่างๆ ต่อไป อย่างเช่นโครงการ เยาวชนไทย เที่ยวไทย หัวใจรักชาติ ซึ่งจะตอบโจทย์การท่องเที่ยวได้



   

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

กต.ตร.กทม.ด้านยาเสพติด ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบำบัดการติดยาเสพติด ประชุมหารือ การขับเคลื่อนด้านการประชาสัมพันธ์ การป้องกัน บำบัด รักษา และฟื้นฟูด้านการติดยาเสพติดเเบบบูรณาการ

กต.ตร.กทม.ด้านยาเสพติด ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบำบัดการติดยาเสพติด ประชุมหารือ  การขับเคลื่อนด้านการประชาสัมพันธ์ การป้องกัน บำบัด รักษา และฟื้นฟูด้านการติดยาเสพติดเเบบบูรณาการ


นายแพทย์สมชาย ตรีทิพย์สถิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและบำบัดการติดยาเสพติด สำนักอนามัยดร.สกุลรัตน์ ทิพย์วรรณงาม ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจกรุงเทพมหานครด้านยาเสพติดคุณบีม-ศรัณยู ประชากริช ศิลปินดาราอาสาคุณวงศธร ควันธรรม ดีเจคลื่น 107 met FM และดีเจแมน-พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา ตัวแทนคณะส่งเสริมข้าราชการและตำรวจไทยดีเด่น Thailand​Outstanding​Police​ & official Supportive​ Association​ (มาเป็นเพื่อนกันแค่แอดline @TOPSA) เข้าร่วมประชุมหารือการขับเคลื่อนด้านการประชาสัมพันธ์ การป้องกัน บำบัด รักษา และฟื้นฟูด้านการติดยาเสพติดเเบบบูรณาการ ในแนวทางความร่วมมือให้เป็นระบบในการส่งเสริมการทำงานเพื่อบำบัดรักษาผู้ป่วยเสพติดยาและป้องภัยร้ายจากยาเสพติด



โดยในวันนี้ ทางคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจกรุงเทพมหานครด้านยาเสพติด และคณะส่งเสริมข้าราชการและตำรวจไทยดีเด่น ได้มอบเครื่องวัดอุณหภูมิแบบขาตั้งให้กับคลินิกก้าวใหม่  5 แห่ง ได้แก่ คลินิกก้าวใหม่ ลาดพร้าว,  ศูนย์บำบัดยาเสพติด 24 บางเขน, ศูนย์บำบัดยาเสพติด  51 วัดไผ่ตัน, ศูนย์บำบัดยาเสพติด 3 บางซื่อ และศูนย์บำบัดยาเสพติด 9 ประชาธิปไตย เชิงสะพานพระราม 8 เพื่อให้กำลังใจแพทย์ พยาบาลเจ้าหน้าที่และสร้างช่องทางการรับรู้​ให้แก่ประชาชนมากยิ่งขึ้นถึงคลินิกก้าวใหม่เพื่อบำบัดผู้ติดยาเสพติด




            ดร.สกุลรัตน์ ทิพย์วรรณงาม ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจกรุงเทพมหานครด้านยาเสพติด กล่าวว่า ด้วยแนวคิด “ลดละเลิก No new face สร้างกระแสให้ทุกคนปกป้องตัวเองและช่วยผู้อื่นจากภัยยาเสพติด จุดสำคัญของคณะส่งเสริม​ข้าราชการตำรวจไทยดีเด่น Thailand Outstanding​ official ​police Supportive​Association หรือ Topsa team คือ ประสานส่งเสริมโครงการดีๆ ที่ภาครัฐมีอยู่ ให้ประชาชนชาวชุมชนผู้ต้องการความช่วยเหลือเข้ามาถูกที่ถูกทาง เพื่อแก้ปัญหา​ชีวิตเรื่องการเสพติด ทั้งบุหรี่ เหล้า ยาเสพติด สื่อออนไลน์​อบายมุขทั้งหมด​เพื่อช่วยเติมเต็มให้ระบบช่วยเหลือได้เข้าถึงประชาชนทุกระดับอย่างมีประสิทธิภาพ​ช่องทางบ้านๆ ง่ายๆ ของเราคือ แอดไลน์เป็นเพื่อนแจ้งทุกข์สุขได้เสมอ พิมพ์​เพิ่มเพื่อนในไลน์​ คือ @topsa โดยในครั้งหน้า การเสวนาออนไลน์สไตล์ outdoor เปิดตัวแผนงานมั่นคงยั่งยืนของคุณหมอสมชาย เพื่อสร้างชุมชนต้นแบบ เพาะแนวคิดต้นกล้าจากศูนย์บำบัดบ้านพิชิตใจ ใกล้โรงพยาบาลสิรินธร เขตประเวศ



ด้าน นายแพทย์สมชาย ตรีทิพย์สถิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและบำบัดการติดยาเสพติด สำนักอนามัยกล่าวว่า การให้บริการด้านการบำบัดรักษาผู้ติดยาและสารเสพติดของคลินิกก้าวใหม่นั้น มีทั้งหมดจำนวน 18 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้บริการรักษาผู้ติดยาเสพติดระบบสมัครใจ และระบบบังคับบำบัด (ไม่ควบคุมตัว) แบบผู้ป่วยนอก ให้บริการการบำบัดรักษาผู้ติดเฮโรอีน ฝิ่นและอนุพันธ์ฝิ่น (คลินิกเมทาโดน) และบำบัดรักษายาเสพติดโปรแกรมจิตสังคมบำบัด (BMA Matrix Model) ในกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดประเภทสารกระตุ้นประสาท (ยาบ้า ไอซ์ ฯลฯ) อีกทั้งยังให้บริการการบำบัดรักษาผู้ติดบุหรี่ / สุรา และให้คำปรึกษาผู้มีปัญหาด้านยาและสารเสพติด ซึ่งให้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น



และขณะนี้มีการดำเนินงานในชุมชนโดยอยู่ระหว่างดำเนินการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เพื่อสุขภาพของชุมชน (Learning Healthy Center) เพื่อขับเคลื่อนงานด้านการป้องกันเเละบำบัดการติดยาเสพติด การลดอันตรายจากการใช้ยาเสพติด (Harm Reduction : HR) และการบำบัดฟื้นฟูโดยใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง (Community-Based treatment and care - CBTx) โดยการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เน้นในการส่งเสริม ป้องกัน บำบัดเเละรักษา เพื่อขับเคลื่อน องค์ประกอบ ด้านสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งเเวดล้อม ผ่านกระบวนการวางแผนแบบมีส่วนร่วม A-I-C 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 256...