วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2564

ททท. จับมือ สทท. นำร่องปล่อยคาราวานทัวร์รถบัสโครงการ “ชีพจรลง South เราเที่ยวใต้" เที่ยวใต้ 4 วัน 3 คืน ในรูปแบบ New Normal

ททท. จับมือ สทท. นำร่องปล่อยคาราวานทัวร์รถบัสโครงการ “ชีพจรลง South เราเที่ยวใต้" เที่ยวใต้ 4 วัน 3 คืน ในรูปแบบ New Normal 

ชาวทัวร์เริ่มยิ้มได้ อยากเห็นทุกๆ ภาคสานต่อโครงการดีดีแบบนี้ 

              การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคใต้ ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ 5 สมาคม ได้แก่ สมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาค (TFOPTA) สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยว (สนท.) สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) สมาคมท่องเที่ยวไทยเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (สทอ.) สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตามโครงการ “ชีพจรลง South… เราเที่ยวใต้” โดยเสนอขายรายการนำเที่ยวราคาพิเศษ (4วัน 3คืน) ระหว่างวันที่ 3-6 เมษายน 2564 เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางสู่พื้นที่ภาคใต้ภายหลังสถานการณ์ COVID-19 รวมทั้ง เป็นการประชาสัมพันธ์ถึงความพร้อมในการจัดการเดินทางเป็นหมู่คณะตามหลัก New Normal โดยมี ว่าที่ร.ต.เอนก นุรักษ์ รองประธานสทท/นายสุทธิพงศ์ เผื่อนพิภพ รองประธานสทท./นายโสพนา   บุญสวยขวัญ กรรมการสทท.และ คุณปิ่นนาถ เจริญผล ผู้อำนวยภูมิภาคภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกันปล่อยขบวนท่องเที่ยวโครงการ “ชีพจรลง South เราเที่ยวใต้" ท่ามกลางนักท่องเที่ยวจำนวนมาก  ณ SHOW DC เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2564

           คาราวานรถบัส “ชีพจรลง South… เราเที่ยวใต้” จำนวน 16 คัน จะออกเดินทางพร้อมกัน ในวันเสาร์ที่ 3 เมษายน 2564 เวลา 06.00 น. ณ Bangkok Tourist Terminal, Show DC กรุงเทพฯ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางกว่า 600 คน โดยมีจุดหมายการเดินทางที่หลากหลาย ได้แก่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พัทลุงนครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา ตรัง เกาะสมุย และเกาะพีพี เป็นต้น


          นางปิ่นนาถ เจริญผล ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ ททท. กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ว่า เป็นกิจกรรมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวแบบหมู่คณะทางรถบัสผ่านบริษัทนำเที่ยว ภายหลังสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งจะดำเนินการจัดการนำเที่ยวตามหลัก New Normal เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความสุข และรู้สึกปลอดภัยตลอดการเดินทาง นอกจากนี้ เส้นทางครั้งนี้ ยังเป็นการท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยง ทั้งภายในภูมิภาค และเชื่อมโยงจังหวัดใกล้เคียง ช่วยให้เกิดการใช้จ่ายกระจายไปสู่ทุกพื้นที่ โดย ททท. คาดว่า ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป จะมีชาวไทยเดินทางไปท่องเที่ยวต่างพื้นที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาล และมีวันหยุดยาวต่อเนื่อง โดย ททท. จะดำเนินการจัดกิจกรรมกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง จึงขอใช้โอกาสนี้ ขอเชิญชวนชาวไทยออกมาท่องเที่ยวเมืองไทย ซึ่งจะ “Amazing ยิ่งกว่าเดิม” อย่างแน่นอน

  

             การจัดโครงการ “ชีพจรลง South เราเที่ยวใต้" ไทยยิ้ม ทำให้ชาวทัวร์เริ่มยิ้มได้ และอยากเห็นทุกๆ ภาคสานต่อโครงการดีดีแบบนี้อีกต่อไป 

           นนามของ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่ประเทศไทย (สทท.).ต่อขอบพระคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่นำร่องโครงการดีดี ทำให้ รถบัส มัคคุเทศก์ โรงแรม อาหาร ชุมชน มีงานทำ และแสดงให้เห็นว่า "ยังมีนักท่องเที่ยวชาวไทย นิยมเที่ยวผ่านทัวร์อยู่อีกจำนวนมาก" 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)

ชีพจรลง South เราเที่ยวใต้


 

รองผู้ว่าการ ททท. เปิดงาน"REWIND 90's ย้อนวันกลับไปวันวาน" พบกับกิจกรรมต่างๆ และอาหารราคาพิเศษ ย้อนยุคไปในปี '90 ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แยกราชประสงค์

รองผู้ว่าการ ททท. เปิดงาน"REWIND 90's ย้อนวันกลับไปวันวาน" พบกับกิจกรรมต่างๆ และอาหารราคาพิเศษ ย้อนยุคไปในปี '90 ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แยกราชประสงค์





นางสาว ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการ ด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "Rewind 90's ย้อนวันกลับไปวันวาน" โดยมี ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย พันตำรวจเอก พันษา อมราพิทักษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน และนายณัฐพล ชำนิธุระการ นักวิชาการสุขาภิบาล ชำนาญการ ตัวแทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตปทุมวัน ร่วมพิธีเปิดงาน ที่ บริเวณลานกิจกรรมด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แยกราชประสงค์ ถนนพระราม 1 แขวงและเขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 2 เมษายน 2564



นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการ ททท. ด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. ได้ให้การสนับสนุนการจัดงานดังกล่าวขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวให้กลับมาสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ซึ่งภายในงานได้เปิดให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐาน SHA หรือAmazing Thailand Safety & Health Administrat รวมถึงการแสดงดนตรีโฟล์คซอง อะคูสติกส์ และกิจกรรมต่างๆ อาทิ โซนฉายภาพเก่า ชมหนังกลางแปลง ความสุขในวัยวันวานคงหนีไม่พ้นเรื่องของหนังเก่า ที่รวมความทรงจำดีๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตกแต่งโดยรอบให้นักท่องเที่ยวได้ประทับใจ ,โซนของเล่นแบ่งกันเด่น สนุกขนาดไหนหากได้เล่นของเล่นในความทรงจำ กับเพื่อนอีกครั้ง ทั้งตู้เกม เครื่องเกม Play ทามาก็อตจิ และอีกมากมาย ที่ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวของความทรงจำ ,โซนย้อนวัยกลับไปวันวาน กับภาพจากกล้องฟิล์มมุมถ่ายรูปสุดเก๋ที่ถูกแต่งเติมไปด้วยสีสัน และกลิ่นอายวินเทจ ที่จะมาเติมเต็ม ,โซนตู้ถ่ายรูปสติ๊กเกอร์ ภาพถ่ายที่ทำให้คิดถึง ยามเด็กเรามักจะชวนเพื่อนไปถ่ายด้วยกันเสมอ หรือแม้กระทั่งคู่รักที่ในสมัยนั้นคงจะต้องมีรูปคู่ติดกระเป๋ากันเกือบทุกคน ,โซน 90's Songs แนวเพลงขุด 90 อีกหนึ่งเสน่ห์ของความคลาสสิก แนวเพลงยุค 90 อีกหนึ่งเสน่ห์แห่งความคลาสสิก เทปเพลงคาสเซ็ท และศิลปินในยุคนั้นที่น่าหลงใหล และโซน 90's Street Market ตลาดที่ตกแต่งสไตล์วินเทจแบบ 90's เต็มไปด้วย ของเล่นโบราณ ขนม และอาหารแสนอร่อยในวันวานที่หลายคนต่างคิดถึง นอกจากนี้ภายในงานยังแต่งกายธีมแฟชั่นย้อนยุค 90's จึงเชิญชวนให้ร่วมกิจกรรมทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ "Rewind 90's ย้อนวันกลับไปวันวาน"



สำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าวในพื้นที่ต่างจังหวัดนั้น จะต้องประเมินสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกครั้ง แม้ว่าจะมีผู้ให้ความสนใจเข้ามาสอบถามถึงการจัดงานในโซเชียลเป็นจำนวนมากก็ตาม





งาน "Rewind 90's ย้อนวันกลับไปวันวาน" จะจัดขึ้นที่บริเวณลานกิจกรรมด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แยกราชประสงค์ ถนนพระราม 1 แขวงและเขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 2-4 เมษายนนี้ จึงขอเชิญชวนผู้ที่อยู่ในยุค 90 ทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้ โดยมีกิจกรรม และมีของรางวัลให้ร่วมสนุกอีกมากมาย 

รมว.ท่องเที่ยว ร่วมกิจกรรม “อะเมซิ่งไทยแลนด์ ซิตี้รัน...มันส์ฟันเว่อร์” หวังกระตุ้นความคึกคัก 5 เมืองใหญ่ ก่อนเปิดประเทศช่วงปลายปี

รมว.ท่องเที่ยว  ร่วมกิจกรรม “อะเมซิ่งไทยแลนด์ ซิตี้รัน...มันส์ฟันเว่อร์” หวังกระตุ้นความคึกคัก 5 เมืองใหญ่ ก่อนเปิดประเทศช่วงปลายปี

                การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรม “ซิตี้รัน...มันส์ฟันเว่อร์” ส่งท้ายไตรมาสแรกของปี สุดประทับใจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ปลื้มกระแสซิตี้รันพุ่ง มีผู้มาร่วมกิจกรรมรวมทะลุเป้าเกิน 13,000 คน มั่นใจเดินถูกทาง มอบนโยบายให้ ททท. จัดกิจกรรมปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงกีฬาเพิ่มเติมทั้ง 4 ภาค หวังกระตุ้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวไทยให้ต่อเนื่อง ก่อนเปิดประเทศช่วงตุลาคม 2564 นี้ ด้านรองผู้ว่า ททท. ขานรับเตรียมตั้งคณะทำงานศึกษาข้อมูลเพื่อนำเสนอต่อไป เบื้องต้นคาดใช้ 5 เมืองท่องเที่ยวหลัก จ.ภูเก็ต เชียงใหม่ กระบี่ พัทยา สมุย หวังปั้นเป็นกิจกรรมกระตุ้นกระแสท่องเที่ยวเชิงกีฬารูปแบบใหม่ คาดมีผู้ร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่าครึ่งแสนคน


                 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), นางทิพวรรณ นิธิเจษฎาวงศ์ ผู้อำนวยการมิชลินไกด์ ประเทศไทย, นายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยแลนด์ไตรลีก ผู้จัดงานฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร, เหล่านักวิ่งจากชมรมวิ่งทั่วกรุงเทพฯ และสื่อมวลชน ร่วมกิจกรรมวิ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬารูปแบบใหม่ ภายใต้ชื่อ “อะเมซิ่งไทยแลนด์ ซิตี้รัน...มันส์ฟันเว่อร์” ที่ถูกจัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นสัปดาห์สุดท้ายของกิจกรรม  ณ เสาชิงช้า กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2564

          โดยคณะได้เริ่มวิ่งจากเสาชิงช้า เพื่อไปเก็บคะแนนในจุดเช็คพ้อยท์ตลอดเส้นทาง อาทิ ลานคนเมือง กรุงเทพมหานครเข้าสู่ถนนกัลยาณ-ไมตรี (กระทรวงกลาโหม), สะพานปีกุน โดยระหว่างทาง รัฐมนตรีฯ ยังได้แวะทักทายร้านอาหารชื่อดังที่ได้รับการรับรองจาก “มิชลิน ไกด์” เช่น ร้านแซ่พุ้น, ร้าน ก.พานิช ก่อนที่จะมาแวะรับประทานอาหารเช้าที่ ร้านยี่ สับ หลก ร้านอาหารชื่อดังในย่านดังกล่าว และมอบของที่ระลึกเป็นกำลังใจให้แก่ร้านชื่อดังทั้ง 3 ร้านอีกด้วย


         นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา   กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นหนึ่งในกระทรวงหลักที่มีหน้าที่เตรียมความพร้อมในการเปิดรับกลุ่มนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ภายใต้เงื่อนไขด้านการสาธารณสุขที่ต้องระมัดระวังขั้นสูงสุด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่สามารถเกิดขึ้นภายในประเทศได้อีกเป็นระลอก ดังนั้น การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเดินทางมาท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ภายในประเทศ จึงต้องออกแบบให้ดี และมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งทางด้านการสาธารณสุขและด้านเศรษฐกิจควบคู่กันไป


             “กิจกรรมวิ่งถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนในภาคเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นการทำให้เกิดกระแสการเดินทางมาท่องเที่ยวข้ามภูมิภาคได้เป็นอย่างดี เห็นได้จากความสำเร็จของการจัดมาราธอนที่บุรีรัมย์ ที่สามารถดำเนินการไปได้อย่างคู่ขนานไปกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิค-19 มีประชาชนเดินทางไปร่วมแข่งขันถึง 20,000 คน ก็ถือเป็นตัวอย่างที่ดี และสร้างความมั่นใจในการบริหารงานด้านการท่องเที่ยวและสาธารณสุขของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี”


              ตนขอแสดงความชื่นชน ททท. ที่สามารถจัดกิจกรรมนำร่องในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังอยู่ในช่งงเฝ้าระวังสูง เมื่อปลายปี 63 ที่ผ่านมา โดยสามารถจัดงานออกมาได้ดี มีการป้องกันตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขในทุกขั้นตอน จนทำให้ประชาชนทั่วไป และเหล่านักวิ่งเป็นจำนวนมากออกมาร่วมในกิจกรรม ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมนำร่องให้ส่วนภูมิภาคต่างๆ นำเอาโมเดลของการจัดงานแบบนี้ไปใช้ได้ และได้มอบหมายให้ ททท. จัดทำโครงการวิ่งซิตี้รัน ในรูปแบบนี้ โดยให้ไปจัดในภาคต่างๆ ทั้ง 4 ภาค โดยให้แนวคิดคร่าวๆว่า ....จากเมืองกรุง สู่เมืองรอง.... และตั้งเป้าว่าจะมีประชาชนที่ชื่นชอบในสุขภาพโดยเฉพาะการวิ่งมาร่วมในโครงการสัก 1 แสนคน 


                   ด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า กิจกรรม ซิตี้รัน...มันส์ฟันเว่อร์” ถือเป็นกิจกรรมที่มีจุดขายของตัวเอง เพราะนอกจากจะสามารถดึงดูดให้ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยหรือชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย ให้ความสนใจและออกมาร่วมกิจกรรมทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ของทุกๆ สัปดาห์แล้ว ยังก่อให้เกิดการใช้สอยขึ้น เพราะระหว่างทางทุกคนต้องแวะซื้อน้ำ แวะทานอาหาร ฯลฯ ซึ่งถือว่านอกจากจะช่วยให้ประชาชนเกิดสุขภาพที่ดี แข็งแรง และปลอดภัยโรคภัยไข้เจ็บแล้ว ยังเป็นการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

             จากโครงการนำร่องนี้ ททท. จะตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อศึกษาถึงรายละเอียดต่างๆ ในการนำเอากิจกรรม “อะเมซิ่งไทยแลนด์...ซิตี้รัน” ไปจัดในส่วนภูมิภาคต่างๆ แล้วจะรีบนำมาเสนอท่านรัฐมนตรีฯ ต่อไป คิดว่าจะนำไปจัดในจังหวัดเป้าหมายที่ ททท. กำหนดเป็นจังหวัดนำร่องในการรับนักเที่ยวต่างชาติ นั่นคือ จังหวัดภูเก็ต, จังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดกระบี่, เมืองพัทยา และเกาะสมุย คาดว่าจะสามารถจัดได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 (เดือนกรกฎาคม-กันยายน) เพื่อใช้เป็นกิจกรรมสร้างกระแสความตื่นตัวด้านการท่องเที่ยวโดยใช้กิจกรรมกีฬาเป็นเครื่องมือ ตั้งเป้าหมายว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 50,000 คน ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก 

วันศุกร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2564

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประกอบพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ (เทศกาลเช็งเม้ง) ประจำปี 2564 ณ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อำเภอบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร และ สุสานวัดดอนกุศล (สุสานเก่าของมูลนิธิ) เขตสาทร กรุงเทพฯ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประกอบพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ (เทศกาลเช็งเม้ง) ประจำปี 2564 ณ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อำเภอบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร และ สุสานวัดดอนกุศล (สุสานเก่าของมูลนิธิ) เขตสาทร กรุงเทพฯ



             มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายดิลก รอดบำรุง รักษาการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ทีมงานแผนกบรรเทาสาธารณภัย และแผนกบริการ ประกอบพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ เนื่องในเทศกาลเช็งเม้ง ประจำปี 2564 โดยเครื่องเซ่นไหว้ประกอบไปด้วย เครื่องคาวหวาน กระดาษเงิน-กระดาษทอง และดอกไม้หอม ณ สุสานวัดดอนกุศล (สุสานเก่าของมูลนิธิ) เขตสาทร กรุงเทพฯ เมือวันที่ 2 เมษายน 2564



                   โดยเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา  มูลนิธิฯ จัดพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ เนื่องในเทศกาลเช็งเม้ง ณ บริเวณหน้าหลุมบรรพชน (บ่วงหยิ่งหมอ) สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อำเภอบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร





                    เทศกาลเช็งเม้ง กำหนดจัดขึ้นในระหว่างเดือน 2-3 ของจีน ซึ่งจะอยู่ในช่วงประมาณต้นเดือนเมษายนของทุกปี เป็นเทศกาลที่แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ โดยมีอิทธิพลมาจากลัทธิขงจื้อ ที่สืบทอดมายาวนานกว่าพันปี ก่อนวันพิธี จะมีการทำความสะอาดหลุมฝังศพของบรรพบุรุษ หลังจากนั้นในวันพิธีจะมีการเซ่นไหว้อาหารคาวหวาน เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของบรรพบุรุษ เมื่อไปอยู่อีกภพหนึ่ง



                 กว่า 111 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น ยังมีสุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งสำหรับฝากฝังศพไร้ญาติ โดยในแต่ละปีจะมีการเซ่นไหว้อาหารคาวหวานตามประเพณี รวมทั้ง "เทศกาลเช็งเม้ง" ซึ่งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งถือเป็นเทศกาลสำคัญประจำปีเทศกาลหนึ่งในการปฏิบัติตนแทนลูกหลานเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรชีวิตในทุก ๆ ด้าน ดังคำขวัญมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” 

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต 

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง 1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 256...