วันอังคารที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564

Thailand SHA SHA SHA ต้นแบบกิจกรรมสร้างความปลอดภัยสูงสุด จบลงอย่างสวยงาม พร้อมความสุขในบรรยากาศที่น่าจดจำ

Thailand SHA SHA SHA ต้นแบบกิจกรรมสร้างความปลอดภัยสูงสุด จบลงอย่างสวยงาม พร้อมความสุขในบรรยากาศที่น่าจดจำ

                 จบลงอย่างสวยงาม สำหรับงาน Thailand SHA SHA SHA The Memory@Andaman ต้นแบบของงานอีเวนต์การท่องเที่ยวในยุค New Normal ที่คำนึงถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยเป็นสำคัญ ด้วยมาตรการทั้งก่อนเข้างานและภายในงานที่เข้มงวดตั้งแต่เจ้าหน้าที่ไปจนถึงผู้เข้าร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นการคัดกรองเฉพาะเจ้าหน้าที่และผู้เข้าร่วมงานที่ฉีดวัคซีนครบแล้วเท่านั้น การสวมหน้ากากอนามัยตลอดทั้งงาน และการควบคุมสถานการณ์ให้เป็นไปได้อย่างดีด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภายใต้กระทรวงสาธารณสุข

               การจัดงาน Thailand SHA SHA SHA The Memory ไม่ใช่เพียงต้นแบบการจัดงานอีเวนต์ในรูปแบบ New Normal เท่านั้น แต่ยังเป็นการเริ่มต้นและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้เดินหน้าต่อในพื้นที่ท่องเที่ยวนำร่อง อันได้แก่ ภูเก็ต พังงา และกระบี่ หลังจากที่หยุดชะงักไปเนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด- 2019 โดยเฉพาะในช่วง High Season ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวที่สถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวต่างๆ ต้องเตรียมรับนักท่องเที่ยว

                  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงเล็งเห็นความสำคัญของการกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวไทย และช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้สามารถดำเนินกิจการได้ต่อไป


                  Thailand SHA SHA SHA The Memory จึงถือเป็นการสร้างความมั่นใจในการท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยว ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูงสุด เพื่อเรียกความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ให้สามารถท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจ และใช้บริการสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ โดยนักท่องเที่ยวจะได้รับประสบการณ์ที่น่าทับใจ ไปพร้อมกับผู้ประกอบการที่ได้ฟื้นกิจการจากการจับจ่ายของนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร ผู้ให้บริการยานพาหนะ บริษัทนำเที่ยว ฯลฯ ไปจนถึงชาวบ้านและชุมชนในพื้นที่ที่ประกอบธุรกิจเล็กๆ ภายในพื้นที่ให้กลับมามีรายได้จากการท่องเที่ยว ด้วยการกระตุ้นการขายผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์กว่า 10,000,000 บาท หลังจากที่ว่างเว้นไปเพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

                    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงาน Thailand SHA SHA SHA The Memory ในครั้งนี้จะสามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยจากทั้งนักท่องเที่ยวภายในประเทศและต่างประเทศได้อย่างดี และสามารถสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับทั้งสถานประกอบการและนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ รวมไปถึงฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวไทยให้กลับมาดำเนินต่อได้อย่างยั่งยืนอีกครั้ง

#THAILANDSHASHASHAThememory

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญสาธุชน สักการะขอพรหลวงปู่ไต้ฮงเพื่อความเป็นสิริมงคล ทำบุญประทีปโคมไฟ (เต็งลั้ง) ถวายหลวงปู่ไต้ฮงเพื่อความเจริญรุ่งเรือง เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2564 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญสาธุชน สักการะขอพรหลวงปู่ไต้ฮงเพื่อความเป็นสิริมงคล ทำบุญประทีปโคมไฟ (เต็งลั้ง) ถวายหลวงปู่ไต้ฮงเพื่อความเจริญรุ่งเรือง เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2564 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ


                 นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ   คณะกรรมการ และผู้ช่วยกรรมการมูลนิธิฯ  ผู้บริหาร ศิษยานุศิษย์และสาธุชน ร่วมในพิธีอัญเชิญกิ๊วอ๊วงฮุกโจว (เทพเจ้า 9 องค์ หรือนัยหนึ่ง คือ ดาวพระเคราะห์ทั้ง 9 ดวง)   เปิดมณฑลพิธีงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2564 โดยคณะสงฆ์อนัมนิกาย วัดอุทัยราชบำรุง ณ ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564

          เทศกาลกินเจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กำหนดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้จะตรงกับวันที่ 5 – 15 ตุลาคม 2564  โดยมูลนิธิฯ ขอเชิญชวนศิษยานุศิษย์และสาธุชนทุกท่านร่วมสักการะหลวงปู่ไต้ฮง เพื่อความเป็นสิริมงคล และขอพรให้คุ้มครอง แคล้วคลาดปลอดภัย ทำบุญประทีปโคมไฟ (เต็งลั้ง) ถวายหลวงปู่ไต้ฮงเพื่อความเจริญรุ่งเรือง เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2564 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

                  เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) เทศกาลกินเจ ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย ในปีนี้ มูลนิธิฯ ขอประกาศงดจัดพิธีเวียนธูปรอบนอกศาลเจ้า และงดบริการอาหารเจ รวมทั้งกำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมสักการะหลวงปู่ไต้ฮง และร่วมพิธีสงฆ์ (รายละเอียดกำหนดการ สามารถติดตามได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจของมูลนิธิฯ www.facebook.com/atpohtecktung ) พร้อมทั้งจัดมาตรการคุมเข้มทั้งในด้านการตั้งจุดคัดกรองเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิโดยเจ้าหน้าที่ที่มีองค์ความรู้ด้านการช่วยเหลือฉุกเฉิน การจัดตั้งจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่าง ๆ การจัดทำสัญลักษณ์การเว้นระยะห่าง (Social Distancing) รวมถึงการขอความร่วมมือประชาชนผู้มีจิตศรัทธาสวมหน้ากากอนามัย / หน้ากากผ้า สแกน QR Code แพลตฟอร์ม “ไทยชนะ ทุกครั้งก่อนเข้าศาลเจ้าไต้ฮงกง และฝั่งสำนักงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นอกจากนี้ยังจัดให้การฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ซึ่งมูลนิธิฯ ได้ริเริ่มดำเนินการอย่างเคร่งครัดเรื่อยมา เพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้กับประชาชน และผู้มีจิตศรัทธาที่เดินทางร่วมทำบุญสาธารณกุศลกับมูลนิธิฯ

ติดตามข่าวสารกิจกรรม และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung #ปอเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง 1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2564

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่ 50 เขตกรุงเทพฯ แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค รวมมูลค่า 15 ล้านบาท เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2564

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่ 50 เขตกรุงเทพฯ แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค รวมมูลค่า 15 ล้านบาท เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2564

             มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยนายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ  จัดคาราวานเครื่องอุปโภคบริโภค นำทีมโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วยนายพินัย ศรีพนาสณฑ์ ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2564  ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันพืช น้ำปลา น้ำพริก เจลแอลกอฮอล์ บรรจุถุงผ้าดิบ พร้อมเงินสดที่ในปีนี้กลุ่มบริษัท นันยางเท็กซ์ไทล์ จำกัด ได้ร่วมบริจาคทำบุญ นำออกแจกจ่ายให้กับประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร  (รวม 50 เขต) เขตละ 500 ชุด รวมจำนวน 25,000 ชุด รวมมูลค่าเป็นเงินทั้งสิ้น 15 ล้านบาท  โดยมีอาสาสมัครกิตติมศักดิ์  และอาสาสมัครศิลปิน นำโดย นางศิริพร โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์  นายกวินรัฏฐ์ ยศอมรสุนทร (หยวน-กวินรัฏฐ์) นางสาวธวนัฏฐิตา ฐานวิเศษ (เมย์-ธวนัฏฐิตา) นางสาวพรชดา วราพชระ (มะเหมี่ยว-พรชดา) และนายวาทิต โสภา(วินน์-วาทิต) อาสาสมัครกู้ภัยเขตต่างๆ ร่วมลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคพร้อมให้กำลังใจแก่ประชาชน พร้อมด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นผู้จัดเตรียมพื้นที่แต่ละเขต และร่วมแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคในพื้นที่ร ะหว่างวันที่ 4 กันยายน – 2 ตุลาคม 2564



 
.          และในวันนี้ (วันที่ 30 กันยายน 64) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายพินัย ศรีพนาสณฑ์ ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์  พร้อมด้วย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงพื้นที่   บางพลัด และเขตบางรัก รวม 2 เขต รวมจำนวนถุงยังชีพ 1,000 ชุด คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 600,000 บาท (หกแสนบาทถ้วน) 


         สำหรับการแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2564 นี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจึงได้ประสานงานกับสำนักงาน ทุกเขต ในการกำหนดวัน จัดเตรียมสถานที่และชุมชนในพื้นที่ เพื่อจัดระเบียบ ตั้งจุดคัดกรองประชาชนในแต่ละจุดตามหลักการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)  รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่และกำลังอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทยอยลงพื้นที่เพื่อแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร (รวม 50 เขต) เขตละ 500 ชุด รวมจำนวน 25,000 ชุด รวมมูลค่าเป็นเงินทั้งสิ้น 15 ล้านบาท  

ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสารและการปฏิบัติภารกิจของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

.#ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต

.“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง 1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิ

วันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564

บริษัท เคพีพีเอ็ม โกลบอล รับเบอร์ จำกัด อัญเชิญเทวดาในพิธีตั้งหอเทวดา และบวงสรวงองค์แม่นาคี ที่โรงงาน เคพีพีเอ็ม โกลบอล รับเบอร์ จังหวัดระยอง

บริษัท เคพีพีเอ็ม โกลบอล รับเบอร์ จำกัด

อัญเชิญเทวดาในพิธีตั้งหอเทวดา และบวงสรวงองค์แม่นาคี ที่โรงงาน เคพีพีเอ็ม โกลบอล รับเบอร์ จังหวัดระยอง

หลังจากที่บริษัท เคพีพีเอ็ม โกลบอล รับเบอร์ จำกัด ได้ทำพิธีบวงสรวงใหญ่ก่อนเริ่มงานก่อสร้างและปรับปรุงโรงงานเมื่อเดือนมกราคม 2564 ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 ได้ฤกษ์มงคลทางผู้บริหารบริษัท เคพีพีเอ็ม โกลบอล รับเบอร์ จำกัด นำโดย นายพัฒพงศ์ พงศ์พาพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ นางสาวกฤติยาณี พรมแพง รองกรรมการผู้จัดการ และ มิสเตอร์ปีเตอร์ แม็กคาเทีย ที่ปรึกษาฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร พนักงานของบริษัท จึงได้จัดพิธีบวงสรวงอัญเชิญเทวดาตั้งหอเทวดา และ พิธีบวงสรวงองค์แม่นาคีที่โรงงาน เคพีพีเอ็ม โกลบอล รับเบอร์ จังหวัดระยอง อีกครั้ง โดยมี โหรพราหมณ์พฏประวีณ์ พุทธิพโล เป็นผู้ประกอบพิธีอันเป็นสิริมงคล เพื่อเป็นไปตามความตั้งใจไว้ตั้งแต่เริ่ม และขณะนี้เป็นช่วงที่กำลังเดินหน้าติดตั้งเครื่องจักรผลิตถุงมือทางการแพทย์เพื่อให้แล้วเสร็จตามแผนที่ได้กำหนดไว้ให้บรรลุตามเป้าหมายในเร็วๆ นี้


   นายพัฒพงศ์ พงศ์พาพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ได้กล่าวถึงเรื่องแผนและแนวทางที่เคยตั้งเป้าไว้ว่า ที่ผ่านมาแม้สถานการณ์และปัจจัยต่างๆ ที่กระทบอย่างมากจากวิกฤตการณ์โควิด-19 แต่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของผมเองและทีมงาน เรายังคงเดินหน้าทุกอย่างตามที่ตั้งใจไว้ เพื่อให้โรงงานสามารถผลิตถุงมือทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างแบรนด์ที่เป็นของคนไทยตามที่กำหนดไว้ได้อย่างแน่นอน



ด้านนางสาวกฤติยาณี พรมแพง รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวเสริมถึงเรื่องแนวทางการตลาดว่า เรายังคงสื่อสารกับคู่ค้าเดิม ในเรื่องของความคืบหน้าและความพร้อมของโรงงาน และแสวงหาลูกค้าใหม่เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าการติดต่ออาจจะมีอุปสรรคอยู่บ้างกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่เราเชื่อมั่นว่า “ผลิตภัณฑ์ของเรายังคงมีความจำเป็นและเป็นที่ต้องการของตลาดปัจจุบันและอนาคต”


 ทั้งนี้ผู้บริหารของบริษัท เคพีพีเอ็ม โกลบอล รับเบอร์ จำกัด ยังกล่าวอีกว่า การจัดพิธีในครั้งนี้ ถึงแม้จะเป็นการดำเนินการภายใน แต่อีกไม่นานนับจากนี้ เมื่อเราดำเนินการเร่งติดตั้งเครื่องจักรที่กำลังดำเนินการอยู่แล้วเสร็จ จะมีพิธีบวงสรวงอีกอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นพิธีใหญ่ และพร้อมเรียนเชิญูแขกผู้มีเกียรติทุกฝ่ายมาร่วมเป็นเกียรติอีกครั้งในเร็วๆ นี้



สำหรับบรรยากาศภายในพิธีวันนี้ เป็นไปด้วยความปลื้มปิติกับผู้บริหารและพนักงานทุกคนของบริษัทฯ ที่ได้เข้าร่วมพิธี โดยผู้บริหารของบริษัทได้อธิฐานขอพรให้กิจการของบริษัทประสบความสำเร็จตามตั้งใจแล้ว รวมทั้งยังได้อธิฐานและขอพรให้กับลูกค้า คู่ค้า กัลยาณมิตรทุกคน จงได้รับพรในครั้งนี้ จงประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน และขอให้ผ่านวิกฤตปัจจุบันนี้ไปได้

ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่ง ตร.และประกาศสำนักนายกฯ กรณีสำรองราชการ “วิระชัย” และคืนสิทธิประโยชน์ทั้งหมด

ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่ง ตร.และประกาศสำนักนายกฯ กรณีสำรองราชการ วิระชัย” และคืนสิทธิประโยชน์ทั้งหมด

จากกรณีที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ถูกสำรองราชการเนื่องจากการถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และถูกร้องทุกข์ดำเนินคดี กรณีถูกกล่าวหา ดักฟัง เผยแพร่ข้อมูลการสนทนา ระหว่าง พล.ต.อ. วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ในขณะนั้น) ตั้งแต่ต้นปี 2563  จากกรณีที่คนร้ายยิงรถ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. และต่อมา พล.ต.อ.วิระชัย ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อให้เพิกถอนคำสั่งสำรองราชการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี

ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2564 ศาลปกครองกลางได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดําที่ บ.438/2563  คดีหมายเลขแดงที่ บ.222/2564 พิพากษาเพิกถอนคำสั่งของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในขณะนั้น) ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 387/2563 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2563  ที่ให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา สํารองราชการ และเพิกถอนประกาศของนายกรัฐมนตรี ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ที่ให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา พ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 และเพิกถอนมติของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ในคราวการประชุมครั้งที่ 11/2563 เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 ที่ยกคำร้องทุกข์ของ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ผู้ฟ้องคดี โดยให้มีผลย้อนหลังนับแต่วันที่มีคำสั่งของ พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในสมัยนั้น และมีผลย้อนหลังนับแต่วันที่มีมติของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และมีผลย้อนหลังนับแต่วันที่มีประกาศของนายกรัฐมนตรี มีผลใช้บังคับ และศาลปกครองกลาง  มีข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทาง หรือวิธีการดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาว่า ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คืนสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้แก่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ตามกฎหมายและระเบียบกำหนดต่อไป เสมือนหนึ่งว่า พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ผู้ฟ้องคดีไม่เคยถูกคำสั่งสำรองราชการและไม่เคยถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งมาก่อน คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

ส่วนคำสั่งศาล ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 ที่ให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 387/2563 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 ที่ให้ผู้ฟ้องคดีสํารองราชการ และให้ทุเลาประกาศของสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 31  สิงหาคม 2563 ที่ให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา พ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้น ให้คำสั่งทุเลานั้นมีผลใช้บังคับต่อไป จนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 256...