วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2565

ทำบุญปีใหม่ KPPM Group สองบอสใหญ่พาพนักงานบวงสรวงเอาฤกษ์เอาชัย เพื่อความเป็นสิริมงคล

ทำบุญปีใหม่ KPPM Group  สองบอสใหญ่พาพนักงานบวงสรวงเอาฤกษ์เอาชัย เพื่อความเป็นสิริมงคล





นางสาวกฤติยาณี พรมแพง และ นายพัฒพงศ์ พงศ์พาพัฒน์ สองบอสใหญ่ KPPM Group นำคณะผู้บริหาร พนักงานของบริษัท ถือโอกาสวันนี้วันดี “ทำบุญปีใหม่ บวงสรวงเอาฤกษ์เอาชัยไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำบุญเลี้ยงเพลพระสงฆ์ ถวายสังฆทาน “ ณ ออฟฟิศเคพีพีเอ็มกรุ๊ป ชั้น 20 อาคารเอ็ม เอส สยาม ช่องนนทรี กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565



 พร้อมกันนี้ ก็ถือฤกษ์งามยามดีวันพระ วันที่ 25 มกราคม 2565 ทำบุญโรงงานที่โรงงาน KPPM GLOBAL RUBBER ที่จังหวัดระยอง โดยมีการเลี้ยงเพลพระสงฆ์ ถวายสังฆทาน รับพร รับพลังใจปีใหม่ และบรวงสรวงไหว้เทวดาฟ้าดิน ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในโรงงาน เพื่อการเริ่มต้นดีๆ ในปี 2565 ในวันนั้นเกิดปรากฎการณ์ปาฏิหารย์ พระอาทิตย์ทรงกรดแต่เช้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์รับรู้รับทราบ และมาร่วมอนุโมทนาบุญร่วมกับสองผู้บริหารและทีมงานพนักงานบริษัททุกคน ขอผลบุญหนุนนำให้ทุกท่านจงมีแต่ความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรง เฮง เฮง รวย รวย ตลอดปีและตลอดไป สาธุ




นางสาวกฤติยาณี พรมแพง และ นายพัฒพงศ์ พงศ์พาพัฒน์ สองบอสใหญ่ KPPM Group กล่าวว่า ปีใหม่ทั้งที ก็ถือฤกษ์วันดี นำผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท ร่วมกันทำบุญปีใหม่ บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์เอาฤกษ์เอาชัยพร้อมทำบุญเลี้ยงเพลพระสงฆ์ ถวายสังฆทาน ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทวดาฟ้าดิน ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บริษัทในเครือ KPPM Group ขอให้ผลบุญหนุนนำให้ให้กิจการของบริษัทประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน กิจการเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวย มั่งคั่ง เฮง เฮง ปัง ปัง มีความสุข รวมทั้งขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงตลอดปี 2565 และตลอดไป 

วันเสาร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2565

เที่ยว "งานเมืองทวารวดีศรีจันเสน เที่ยวติดเทรนด์ อย่างคนมีสไตล์" ณ พิพิธภัณฑ์จันเสน จังหวัดนครสวรรค์ ระหว่างวันที่ 22-23 มกราคม 2565

เที่ยว "งานเมืองทวารวดีศรีจันเสน เที่ยวติดเทรนด์ อย่างคนมีสไตล์" ณ พิพิธภัณฑ์จันเสน จังหวัดนครสวรรค์ ระหว่างวันที่ 22-23 มกราคม 2565

             สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์  ททท.สำนักงานนครสวรรค์ และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครสวรรค์ เชิญชวนเที่ยว "งานเมืองทวารวดีศรีจันเสน เที่ยวติดเทรนด์ อย่างคนมีสไตล์" ณ พิพิธภัณฑ์จันเสน ตำบลจันเสน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ระหว่างวันที่ 22-23 มกราคม 2565 ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.

          ภายในงาน พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ  

❤️การแสดงชุดระบำทวารวดี

❤️สาธิตการทอผ้าลายจันเสน

❤️สาธิตสำรับอาหารคาวหวาน บัวลอยเสน่ห์จัน

❤️ การแสดงประกอบดนตรี ชุดมนต์รักจันเสน 

❤️ สาธิตการจักสานงูขบจากใบลาน

         และพิเศษสุด สำหรับ 100 ท่านเเรกเท่านั้น‼️ รับคูปองแทนเงินสดมูลค่า 200 บาท/ท่าน  เพื่อใช้ซื้อสินค้าจากชุมชนภายในงาน  โดยมีเงื่อนไขการรับคูปอง: เพียงแชร์โพสต์นี้ พร้อมเปิดเป็นสาธารณะ จากนั้นแสดงหลักฐานการโพสต์ของท่านต่อเจ้าหน้าที่หน้างาน เพื่อรับคูปองมูลค่า 200 บาท (หมายเหตุ : จำกัด 1 ท่าน / 1 สิทธิเท่านั้น)

          สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์โทร. 081-8742304 / 089-8036441

#เที่ยวนครสวรรค์Amazingยิ่งกว่าเดิม #239สวรรค์ใกล้กรุง #นครสวรรค์เมืองรองต้องลองไป  #จันเสน

วิลาสินี รัตนนัย “นางฟ้าฮอสกี้น้ำแข็ง” ทีมชาติไทย-นศ. มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ปลื้มโครงการ“พาน้องกลับบ้าน” พร้อมเล่นกีฬา-การศึกษา เตรียมทำธุรกิจอนาคต

วิลาสินี  รัตนนัย “นางฟ้าฮอสกี้น้ำแข็ง” ทีมชาติไทย-นศ. มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ปลื้มโครงการ“พาน้องกลับบ้าน” พร้อมเล่นกีฬา-การศึกษา เตรียมทำธุรกิจอนาคต


           น.ส.วิลาสินี  รัตนนัย (น้องน้ำตาล)  นักกีฬาฮอสกี้น้ำแข็งทีมชาติไทย  เข้าพบและได้รับกำลังใจจาก พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  ในการเข้าร่วมพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการส่งเสริมโอกาสความเสมอภาคและเทียบเท่าทางการศึกษา “พาน้องกลับบ้าน”  ในฐานะที่ น.ส.วิลาสินี รัตนนัย เป็นคนรุ่นใหม่ที่พัฒนาตนเองทั้งด้านการศึกษาและการกีฬาฮอสกี้  โดยได้รับโอกาสทางการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง

         ซึ่งในปัจจุบัน น.ส.วิลาสินี รัตนนัย  ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนให้ศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ  สาขาการจัดการ ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) และเป็นแบบอย่างให้แก่เยาวชนในการหมั่นเพียรด้านการศึกษาควบคู่กับการพัฒนาฝึกฝนด้านการกีฬาที่ตนเองมีความถนัดจนประสบความสำเร็จเป็นนักกืฬาฮอสกี้ทีมชาติไทยชุดปัจจุบัน

           น.ส.วิลาสินี รัตนนัย  กล่าวว่า  โครงการ “พาน้องกลับบ้าน” เป็นโครงการของรัฐที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง  ซึ่งตนเองก็เคยเข้าร่วมโครงการฯ และได้รับโอกาสทางการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ  โดยการส่งเสริมให้เยาวชนหลาย ๆ คนที่อยู่นอกระบบการศึกษากลับเข้าสู่ระบบอีกครั้ง  และมีความสำคัญต่อการยกระดับการศึกษา  และคุณภาพชีวิต  ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาวิชาชีพในอนาคต

            “การได้มาศึกษาที่คณะบริหารธุรกิจ  มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี  เนื่องจากความสำเร็จในอาชีพนักกีฬาจะมีช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น  ทำให้ต้องคิดถึงอนาคต และมีแผนที่จะทำธุรกิจภายหลังจากไม่ได้ทำหน้าที่เป็นนักกีฬาแล้ว  การเลือกศึกษาต่อที่นี่จึงตอบโจทย์ในทุกๆ เรื่อง และถือเป็นการวางแผนการศึกษาบ่มเพาะความพร้อมวิชาชีพการทำธุรกิจในอนาคตควบคู่กับการเล่นกีฬาในปัจจุบัน”

            ทั้งนี้ นโยบายของรัฐในโครงการดังกล่าวสอดรับกับนโยบายของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี  โดย รศ.ดร.บังอร  เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ซึ่งได้วางนโยบายในด้านการส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาการศึกษาของนักศึกษาควบคู่กับการพัฒนาด้านการกีฬาทุกประเภทให้มีความเชี่ยวชาญอย่างมืออาชีพ

               “น้องน้ำตาล”  ปัจจุบันเป็นนักกีฬาฮอกกี้ทีมชาติไทยและอดีตนักกีฬาสปีดสเก็ตทีมชาติไทย  และมีความสามารถพิเศษหลายด้าน  เช่น  รำไทย  เล่นกีฬาโกคาส  สเก็ตน้ำแข็ง  วอรัน ฟอลบอล  ฟุตบอล  เวคบอด  ลอเลอร์สเก็ต  กอล์ฟ  เซิฟสเก็ต  เป็นต้น  นอกจากนี้  ปัจจุบันยังทำหน้าที่เป็นโค้ชสอนฮอกกี้น้ำแข็งและเบสิกสเก็ต  และธุรกิจเสื้อผ้ากีฬา


          ส่วนผลงานการแข่งขันกีฬาฮอสกี้น้ำแข็งในนามทีมชาติไทย ประจำปี 2564 สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศรายการ  “Thailand Youth ice hockey championship 2021 women”  รายการ “พีทีที ฟลอร์บอลชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  

ไทยเที่ยวไทย สบายใจได้ บินได้กับสายการบินไทยเวียตเจ็ท ปลอดภัยไร้กังวล กับ โปรโมชั่นสุดคุ้ม "Power Pack" ตั๋วทั่วไทยไปกลับเริ่ม 750 บาท เก็บไว้ใช้ได้ 5 ปี

ไทยเที่ยวไทย สบายใจได้ บินได้กับสายการบินไทยเวียตเจ็ท ปลอดภัยไร้กังวล กับ โปรโมชั่นสุดคุ้ม "Power Pack" ตั๋วทั่วไทยไปกลับเริ่ม 750 บาท เก็บไว้ใช้ได้ 5 ปี

        สายการบินไทยเวียตเจ็ทร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระตุ้นการเดินทางในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มไทยเที่ยวไทย ทั้งแบบคนเดียวเที่ยวบ่อยครั้ง และแบบเที่ยวเป็นกลุ่มทั้งเพื่อนและครอบครัว เปิดตัว “เพาเวอร์ แพ็ค (Power Pack)” ซื้อตั๋วล่วงหน้าราคาสุดคุ้ม ตอบโจทย์การเดินทางแบบยืดหยุ่น ไม่ต้องระบุวันที่หรือชื่อคนเดินทางขณะซื้อ สามารถล็อคราคาค่าตั๋วเครื่องบินได้ถึง 5 ปี เมื่อซื้อ “เพาเวอร์ แพ็ค” ผู้ซื้อจะได้รับรหัสเพื่อนำไปแลกตั๋วเครื่องบินเส้นทางในประเทศ ตามจำนวนที่สั่งซื้อ โดย 1 รหัสแลกตั๋วเครื่องบินแบบไปกลับ 1 ที่นั่ง

           เปิดจำหน่าย 5 รูปแบบ ได้แก่ ชุด 6 ใบ ราคา 5,500 บาท ชุด 12 ใบ ราคา 10,000 บาท ชุด 24 ใบ ราคา 19,000 บาท ชุด 50 ใบ ราคา 38,000 บาท และชุด 100 ใบ ราคา 75,000 บาท หรือเฉลี่ยเริ่มต้นเพียง 750 บาท ต่อเที่ยวบินแบบไปกลับ 1 ใบ ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าธรรมเนียม ผู้ซื้อสามารถนำไปแบ่งให้ผู้เดินทางท่านอื่นได้ โดยต้องนำรหัสมายืนยันชื่อผู้เดินทางและระบุเที่ยวบินล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเดินทาง เก็บไว้ใช้ได้นาน 5 ปี ตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 ถึงธันวาคม 2569 โดยมีวันที่ไม่สามารถใช้เดินทางได้ในช่วงวันหยุดเทศกาลตามที่สายการบินระบุ

          “เพาเวอร์ แพ็ค” เปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 17–31 มกราคม 2564 ที่เว็บไซต์ www.vietjetair.com โดยเปิดขายจำนวนจำกัด สามารถนำไปใช้เดินทางเส้นทางในประเทศของไทยเวียตเจ็ท ได้แก่ สุวรรณภูมิ เชียงใหม่ เชียงราย กระบี่ ภูเก็ต หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ขอนแก่น อุบลราชธานี และอุดรธานีสายการบินแจ้งว่าหากเปิดเส้นทางใหม่เพิ่มเติม ผู้ซื้อเพาเวอร์แพ็คก็สามารถนำไปเดินทางด้วยเช่นกัน

          สายการบินไทยเวียตเจ็ทมุ่งมั่นเป็นผู้นำตลาดการบินภายในประเทศ พร้อมให้บริการผู้โดยสารด้วยความปลอดภัยในระดับสูงสุดระหว่างการเดินทางในช่วงการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 โดยดำเนินมาตรการทำความสะอาดและฆ่าอบเชื้อภายในอากาศยานอย่างเคร่งครัดตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้โดยสารและพนักงานทุกคน

#ไทยเที่ยวไทย 

#เที่ยวเมืองไทยAmazingยิ่งกว่าเดิม

วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2565

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน มอบอาชีพ “สร้างชีวิต” อย่างยั่งยืน แก่ครัวเรือนยากจนจังหวัดพะเยา และเชียงราย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน มอบอาชีพ “สร้างชีวิต” อย่างยั่งยืน แก่ครัวเรือนยากจนจังหวัดพะเยา และเชียงราย




                 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดยนางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ เป็นประธานในพิธี  พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ และนางศิริพร กระจ่างหล้า รักษาการผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ / หัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ นำทีมแผนกสังคมสงเคราะห์ ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์การประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดพะเยาจำนวน 8 ครัวเรือน โดยมี นายศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา และ นายอาทร พิมชะนก ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานร่วมในพิธี พร้อมด้วย นายนิวัฒน์ ฤทธิ์วิวัฒน์ นายกสมาคมพะเยาและคณะกรรมการ ร่วมในพิธี ณ  บริเวณศูนย์การเรียนรู้บ้านตุ่นใต้ อ.เมือง จ.พะเยา และในวันเดียวกันนี้ มูลนิธิฯ ได้มอบอุปกรณ์การประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนจังหวัดเชียงราย จำนวน 20 ครัวเรือน โดยมี นายอาทร พิมชะนก ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานร่วมในพิธี พร้อมด้วย นางอำไพ บัวระดก รักษาการแทนพัฒนาการจังหวัดเชียงราย และคณะกรรมการมูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์เชียงราย ร่วมในพิธี ณ บริเวณห้องประชุมคชสาร องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย รวมมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ 2 จังหวัด รวม 28 ครัวเรือน รวมงบประมาณทั้งสิ้น 558,800 บาท (ห้าแสนห้าหมื่นแปดพันแปดร้อยบาทถ้วน) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนอาชีพแก่ครัวเรือนยากจนสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้ ”บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ” ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย  โดยมี นางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ และ นางศิริพร โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมในพิธี เมื่อวันพุธที่ 12 มกราคม 2565




                   การดำเนินการ “โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ” มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยฝ่ายสังคมสงเคราะห์  จะจัดทีมลงพื้นที่ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมให้ความรู้ ทักษะ และมีวัสดุอุปกรณ์ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้จัดหาอุปกรณ์การประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจน เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ตลอดจนสร้างความสุขสู่ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน ซึ่งในปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพในพื้นที่ภาคเหนือ ประกอบด้วย จังหวัดอุทัยธานี สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ พะเยา และเชียงราย แล้วรวม 9 จังหวัด โดยในปีงบประมาณ 2563 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและกรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินการในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมาย 500 ครัวเรือน งบประมาณดำเนินงานทั้งสิ้น 10,000,000 บาท (สิบล้านบาทถ้วน) 

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ 

เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung  

#ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต 

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” 

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน 

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418 

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน 

วันอังคารที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2565

UNSEEN New Series เมืองใต้พิภพและเมืองลอยฟ้า

UNSEEN New Series 

เมืองใต้พิภพและเมืองลอยฟ้า



        นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยว "Unseen New Series" ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับนายดนุนนัท์ ไชยทุม ผอ.โรงไฟฟ้าลําตะคองชลภาวัฒนา นางยลดา หวังศุภกิจโกสร นายก อบจ. และ ผู้บริหารทั้งภาครัฐและเอกชน ณ โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2565




        โดยในปี 2565 นี้ ททท. ได้คัดเลือกแหล่งท่องเที่ยว อันซีนไทยแลนด์เวอร์ชั่นใหม่ จำนวน 25 แหล่งท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ นำมาเป็นจุดขายใหม่ทางการท่องเที่ยว เหมือนการได้เจียระไน และยกระดับสินค้าบริการการท่องเที่ยว พร้อมกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น ชวนออกไปสัมผัสกับเมืองไทย ในมุมที่เราอาจจะไม่เคยเห็นมาก่อน ผ่านแหล่งท่องเที่ยว Unseen ทั่วไทย




             ในปีนี้ โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา กฟผ. ก็เป็น 1 ใน 5 แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการคัดสรร ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen New Series ตอบโจทย์  BCG & Happy Model ที่โดดเด่นของภาคอีสาน นับเป็นที่ตั้งของแหล่งทองเที่ยว ใหม่ "เมืองลอยฟ้า" (อ่างพักน้ำบนเขายายเที่ยง) ซึ่งถูกกล่าวขานว่าเป็นจุดชมวิวหมื่นล้านที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของไทย รวมถึงเป็นที่ตั้งของ "เมืองใต้พิภพ" (อุโมงค์โรงไฟฟ้าใต้ดิน) ที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินกว่า 1.5 กิโลเมตร ใช้เป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้า โดยการสูบน้ำจากเขื่อนลำตะคองไปเก็บไว้ที่อ่างพักน้ำบนเขายายเที่ยง นับเป็น Unseen จุดเช็คอินที่ไม่เหมือนใคร




       นอกจากความสวยงามที่กล่าวมาแล้ว ที่นี่ ยังมีกิจกรรมน่าสนใจมากมาย ทั้ง วัฒนธรรม ชุมชนคนหลังเขายายเที่ยง  สินค้า อาหารถิ่น มีการแฟดิฟ โดยใช้หวดจิ๋ว มากรอง ผสมกาแฟสดดงมะไฟโคราช รสชาติเลิศ ที่นี่รู้จักกันในนาม “กาแฟขี้คุย”




มาพบกับบรรยากาศนี้กันได้ บอกได้เลยว่าตอบโจทย์ประสบการณ์ ที่ครั้งนึงในชีวิตต้องมาสัมผัส

#unseenNewSeries 

#ลำตะคอง #BCGHappyModel #amazingthailnd 

#เที่ยวเมืองไทยAmazingยิ่งกว่าเดิม 

ททท.สำนักงานแพร่ ชวนร่วมงานประเพณีตากธัมม์ ตานข้าวใหม่ หิงไฟพระเจ้า ประจำปี 2565 ณ วัดสูงเม่น

ททท.สำนักงานแพร่ ชวนร่วมงานประเพณีตากธัมม์ ตานข้าวใหม่ หิงไฟพระเจ้า ประจำปี 2565 ณ วัดสูงเม่น

     นายสมหวัง​ พ่วงบางโพ​ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานงานแถลงข่าวงานประเพณีตากธัมม์ ตานข้าวใหม่ หิงไฟพระเจ้า ประจำปี 2565 โดยมีนายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ และสิบเอกหญิงกรวรรณ สุ่มมาตย์ วัฒนธรรมจังหวัดแพร่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวด้วย ณ วัดสูงเม่น จ.แพร่ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2565

          ในปีนี้งานประเพณีตากงานประเพณีตากธัมม์ ตานข้าวใหม่ หิงไฟพระเจ้า ประจำปี 2565 จะจัดขึ้นในวันที่ 15-17 มกราคม 2565 ณ วัดสูงเม่น

       ประเพณีตากงานประเพณีตากธัมม์ ตานข้าวใหม่ หิงไฟพระเจ้านี้ จัดติดต่อกันมากกว่า 14 ปี โดยเป็นการเจริญรอยตามปฐมสังฆครูบาแห่งล้านนาไทยชาวสูงเม่น “ครูบากัญจนอรัญวาสีมหาเถร” ซึ่งวัดสูงเม่นแห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมคัมภีร์ธัมม์ใบลานโบราณที่มากที่สุด สามารถนำทุนทางวัฒนธรรมนี้มาต่อยอดได้

          นายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานแพร่ กล่าวว่า ประเพณีตากงานประเพณีตากธัมม์ ตานข้าวใหม่ หิงไฟพระเจ้านี้ เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในส่วนของภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ร่วมกันจัดขึ้น เป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสืบสานอนุรักษณ์ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามเพื่อส่งเสริมกิจกรรมประเพณีวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของจังหวัดแพร่

                ททท แพร่ จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมงานประเพณีตากธัมม์ ตานข้าวใหม่ หิงไฟพระเจ้า ประจำปี 2565 งานประเพณีที่ทรงคุณค่า หนึ่งเดียวในประเทศ ณ วัดสูงเม่น ในวันที่ 15-17 มกราคม 2565 ที่จะถึงนี้

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 256...