วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2568

งาน “กาแฟพ่อหลวงสู่ความยั่งยืน Royal Coffee BCG to SDGs”

งาน “กาแฟพ่อหลวงสู่ความยั่งยืน Royal Coffee BCG to SDGs” 

จุดประกายบทใหม่ของกาแฟไทย สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

       มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) กรมวิชาการเกษตร และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) จัดงาน “กาแฟพ่อหลวงสู่ความยั่งยืน Royal Coffee BCG to SDGs” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 15 มิถุนายน 2568 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์นายกกิตติมศักดิ์ พร้อมทั้งน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงวางรากฐานการปลูกกาแฟอราบิก้าบนพื้นที่สูง และสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกร ซึ่งส่งผลให้เกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความมั่นคงของชุมชนอย่างยั่งยืน


        พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เลขาธิการและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "การสืบสาน รักษา ต่อยอด การพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน : กาแฟอราบิก้า พืชเศรษฐกิจทางเลือกของโครงการหลวง" โดยกล่าวถึงความสำคัญของกาแฟอะราบิกาในฐานะพืชพระราชทานที่ช่วยสร้างรายได้มั่นคงแก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ตามหลัก “ไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” พระราชดำริของงพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร



         มูลนิธิโครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ได้ส่งเสริมการปลูกกาแฟให้แก่เกษตรกร 5,852 ครัวเรือน ในพื้นที่ปลูกกว่า 56,121 ไร่ เกิดคุณูปการที่สามารถสร้างผลผลิตให้แก่เกษตรกร จำนวน 5,000 ตันต่อปี เกิดรายได้หมุนเวียนในชุมชน 200-250 ล้านบาทต่อปี และเมื่อขยายไปยังภาพรวมของประเทศมีเกษตรกรปลูกกาแฟ 80,000 – 100,000 ครัวเรือน ผลผลิตรวม 16,623 ตันต่อปี สร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจ จำนวน 6,000 – 8,000 ล้านบาท อีกทั้งยังมีการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟแปรรูปที่มีมูลค่ากว่า 34,000 ล้านบาท สร้างเครือข่ายธุรกิจร้านกาแฟ โรงคั่ว และวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ พร้อมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการแปรรูปเป็นกาแฟเกรดพิเศษส่งออกสู่ต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และยุโรป


        การพัฒนากาแฟภายใต้โครงการหลวงมีระบบบริหารจัดการแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ มีการปลูกกาแฟในระบบร่มเงาที่ช่วยอนุรักษ์ป่าไม้ สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ ป้องกันการพังทลายของหน้าดิน เพิ่มพื้นที่สีเขียว และลดปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้สภาพปลูกมีความสามารถในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ มุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวทาง BCG Economy Model ของประเทศ และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN-SDGs)




        สำหรับการจัดงาน “กาแฟพ่อหลวงสู่ความยั่งยืน Royal Coffee BCG to SDGs” มีผู้เข้าร่วมและสนับสนุนการจัดงานจากหน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายในงานมีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศผลสัมฤทธิ์และการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมกาแฟอราบิก้า การสัมมนาวิชาการในหัวข้อ “ทิศทางและแนวทางการวิจัยและพัฒนาการผลิตและการตลาดกาแฟอราบิก้าของประเทศไทยและนานาชาติ” การจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างเครือข่ายการผลิต การตลาด และธุรกิจกาแฟระหว่างเกษตรกร ภาครัฐและเอกชน การประกวดเมล็ดกาแฟคุณภาพ รวมไปถึงการแข่งขันทักษะและความสามารถของบาริสต้า การจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์จากกาแฟ


วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดคาราวานป่อเต็กตึ๊ง ปันความสุข ให้ชุมชน” ปันความสุขสู่ภูมิภาค

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดคาราวานป่อเต็กตึ๊ง ปันความสุข ให้ชุมชน” ปันความสุขสู่ภูมิภาค

ยกทัพอาสาสมัครศิลปิน และของรางวัลหลากหลายรายการ  มอบความสุขให้แก่ชาวสมุทรสาคร


        มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ และนายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ จัด “คาราวาน ป่อเต็กตึ๊ง ปันความสุข ให้ชุมชน” ครั้งที่ 6 ยกทัพอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมถึงอาสาสมัครศิลปิน อาทิ นายธวัชชัย คชาอนันต์ (แฮ็ค ชวนชื่น) นางสาวอธิชา เทศขำ (เมย์-อธิชา) นายขวัญชัย เย็นพายัพ (เจี๊ยวจ๊าว เชิญยิ้ม) นายสมบูรณ์ จุลมุสิก (ทศพล หิมพานต์) นายรัชต์พงษ์ ทองทับ (น้าทูล) นายสัญญา วงพรนารายณ์  (เก่ง) นายสดใส โรจนวิชัย นางสาวกฤษณา แซ่โค้ว (กุง) มุ่งสู่จังหวัดสมุทรสาคร มอบความสุข พร้อมจัดกิจกรรมแจกของขวัญ และของรางวัลสุดพิเศษ นอกจากนี้ ยังได้จัดบริการด้านการแพทย์ฟรีจากหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชนมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กิจกรรมนันทนาการร่วมสนุกรับของรางวัล และกิจกรรมเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และหน่วยงานในเครือ ได้แก่ โรงพยาบาลหัวเฉียว คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว (คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว) และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ อาทิ การตรวจรักษาโรคทั่วไป แจกจ่ายยา ตรวจและแจกแว่นสายตา ตัดผม การเจาะเลือด เพื่อตรวจการทำงานของตับ ไต ไขมันในเส้นเลือด น้ำตาลในเลือด และเก๊าท์เบื้องต้น ฯลฯ รวมทั้งจัดบูธแจกจ่ายอาหาร เครื่องดื่ม และขนม ให้กับชาวสมุทรสาคร โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธี นายอุดม สมพร้อม ผู้อำนวยการโรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย คณะมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร แขกผู้มีเกียรติ และชาวสมุทรสาคร ร่วมในพิธี โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานและอิ่มเอมใจ ณ โรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2568


       ตลอดระยะเวลาวิกฤตกาลแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ผ่านมาประชาชนต้องผ่านสถานการณ์ที่ทุกข์ยาก และได้รับผลกระทบในการดำรงชีวิตอย่างยากลำบาก เมื่อสถานการณ์ได้เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จึงตระหนักในหน้าที่ ที่จะต้องสร้างความสุข สร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในชุมชนต่างๆ ซึ่ง “คาราวาน ป่อเต็กตึ๊ง ปันความสุข ให้ชุมชน” ครั้งที่ 6 มูลนิธิฯ ได้ขยายโครงการสู่ภูมิภาคเป็นครั้งแรก โดยมูลนิธิฯ ยึดมั่นการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขโดยไม่แบ่งแยกชนชั้น เชื้อชาติ วรรณะ และศาสนา ตามหลักปณิธาน “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” ที่มูลนิธิฯ ได้ดำเนินการมากว่า 115 ปี


ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต#

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน 

วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดทีมสาธารณภัย-หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ลุยบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยธรรมชาติภาคเหนือ อีสาน และกลาง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดทีมสาธารณภัย-หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ 

ลุยบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยธรรมชาติภาคเหนือ อีสาน และกลาง 

แจกจ่ายน้ำดื่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค รวมมูลค่ากว่า 11 ล้านบาท


     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์  และนายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย แผนกบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่มอบน้ำดื่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมัน น้ำปลา และปลากระป๋อง บรรจุถุงผ้ามูลนิธิฯ ให้แก่ผู้ประสบภัยธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวม 600 ชุด พร้อมจัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน กิจกรรมนันทนาการ ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ โดยมี นางสาวชลธิชา วงษ์อุตสาห์ นายอำเภอเลาขวัญ พร้อมด้วยคณะอาสาสมัครเฉพาะกิจมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมในพิธี และคณะมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี ณ บริเวณวัดศรีพนมเทียน (ห้วยรวก) ตำบลหนองฝ้าย อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2568


      โดยระหว่างวันที่ 19 พฤษภาคม - 8 มิถุนายน พ.ศ. 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยประชาชนหลังประเทศเกิดภัยธรรมชาติในหลากหลายพื้นที่ จึงมอบหมายให้ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำโดย คุณศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย แผนกบรรเทาสาธารณภัย และแผนกอาสาสมัคร จัดทีมพื้นที่มอบน้ำดื่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค ให้แก่ผู้ประสบภัยธรรมชาติ ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคอีสาน และ ภาคกลาง ประกอบด้วย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ราชบุรี และกาญจนบุรี รวม 29 จังหวัด 20,200 ชุด รวมมูลค่าทั้งสิ้น 11,110,000 บาท (สิบเอ็ดล้านหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นบาทถ้วน) โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งสมาคม/มูลนิธิแต่ละจังหวัด เป็นผู้ประสานงานและร่วมให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร ออกหน่วยมให้บริการประชาชนฟรีในหลากหลายพื้นที่ ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน กิจกรรมนันทนาการ ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ โดยมีประชาชนให้ความสนใจและเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก


     ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาการดำเนินงานอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ต่อไป ติดต่อสอบถาม ตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2568

"หลวงปู่ศิลา" และ "หลวงปู่เวิน" ร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล "พญาครุฑ รุ่น มหาปารมี ศรีอุดมทรัพย์ รวย ล้าน ล้าน" วาระที่ ๒ "สราลี" และ "วุฒิศักดิ์" ร่วมพิธีด้วย

"หลวงปู่ศิลา" และ "หลวงปู่เวิน" ร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล

"พญาครุฑ รุ่น มหาปารมี ศรีอุดมทรัพย์ รวย ล้าน ล้าน" วาระที่ ๒

"สราลี"  และ "วุฒิศักดิ์" ร่วมพิธีด้วย


       ดร.หม่อมหลวงสราลี กิติยากร และ นายวุฒิศักดิ์ รัตนสุวรรณ์ ร่วมพิธีอธิฐานจิต วัตถุมงคล "เหรียญพญาครุฑ รุ่น มหาปารมีศรีอุดมทรัพย์ รวย ล้าน ล้าน" วาระ ๒ ณ ธรรมอุทยาน หลวงปู่ศิลา สิริจันโท เมื่อวันศุกร์ ที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘



      โดยภายในพิธี ดร.หม่อมหลวงสราลี กิติยากร และนายวุฒิศักดิ์ รัตนสุวรรณ์ ร่วมกันจุดธูป เทียน เครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย พร้อมถวายแป้งเจิมเทียนฉนวนแด่ พระราชวัชธรรมโสภณ (ศิลา สิริจนฺโท) และ พระครูโสภณวินัยวัฒน์ (หลวงปู่เวิน คุเณสโก) จากนั้นพระสงฆ์ร่วมสวดคาถาจุดเทียนชัย และสวดสาธยายพระคาถาพุทธาภิเษก โดยมี พระราชวัชธรรมโสภณ (ศิลา สิริจนฺโท) และ พระครูโสภณวินัยวัฒน์ (หลวงปู่เวิน คุเณสโก) ร่วมอธิฐานจิตวัตถุมงคล พระภาวนาจารย์ดับเทียนชัย โปรยข้าวตอกดอกไม้ ขณะพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา จากนั้น ดร.หม่อมหลวงสราลี กิติยากร และนายวุฒิศักดิ์ รัตนสุวรรณ์ ร่วมถวายสังฑทาน จตุปัจจัยไทยธรรม แด่พระสงฆ์



      โอกาสแห่งความมงคลครั้งยิ่งใหญ่ จึงขอเชิญทุกท่านร่วมบูชาเหรียญพญาครุฑ รุ่น "มหาปารมีศรีอุดมทรัพย์ รวย ล้าน ล้าน" ที่จัดสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน และได้รับกรุณาจากพระเดชพระคุณ พระราชวัชรธรรมโสภณ หรือ "หลวงปู่ศิลา สิริจันโท" มาเขียนอักขระยันต์หัวใจครุฑ ที่ด้านหลังเหรียญ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้รำลึกและเชิดชูบูชาในปฏิปทานและคุณความดีของบูรพาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาบารมี เสริมสิริมงคลและอำนาจบารมี ด้วยพลังแห่งองค์พญาครุฑ หนุนนำโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง ด้วยอานุภาพแห่งรุ่น "รวย ล้าน ล้าน" และร่วมสร้างกุศลครั้งใหญ่ เพราะรายได้จากการบูชาเหรียญส่วนหนึ่งจะนำไปสมทบทุนในหลายโครงการอันเป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและสังคม ได้แก่ พัฒนางานด้านศาสนกิจและเผยแผ่พระธรรมคำสอน ส่งเสริมการศึกษาแก่ภิกษุ สามเณร ผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา สนับสนุนมูลนิธิผึ้งหลวงอัศวิน ในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และสังคม รวมทั้งร่วมสมทบทุนสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ วัดทองทั่ว



      สำหรับท่านที่มีจิตศรัทธา เคารพและบูชาในองค์พญาครุฑ สามารถติดตามรายละเอียดการเช่าบูชา เหรียญพญาครุฑ มหาปารมีศรีอุดมทรัพย์ รวย ล้าน ล้าน ได้ที่เพจของมูลนิธิผึ้งหลวงอัศวิน fb : มูลนิธิผึ้งหลวงอัศวิน และมูลนิธิผึ้งหลวงอัศวิน เลขที่ 8 ซอยรามอินทรา 28 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10230



      อย่ารอช้า! ร่วมบูชาเหรียญพญาครุฑอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญก้าวหน้าในชีวิต พร้อมทั้งได้ร่วมสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ไปพร้อมกัน





วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568

"RUN" ชู 3 เสาหลัก นวัตกรรม-ศิลปวัฒนธรรม-ความยั่งยืน นำ 8 ผลงานวิจัยเด่นจาก 8 มหาวิทยาลัยเครือข่ายฯ ร่วมโชว์

"RUN" ชู 3 เสาหลัก นวัตกรรม-ศิลปวัฒนธรรม-ความยั่งยืน 

นำ 8 ผลงานวิจัยเด่นจาก 8 มหาวิทยาลัยเครือข่ายฯ ร่วมโชว์

ในงานแถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568”

         เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network: RUN) นำโดยรองศาสตราจารย์ ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประธานการจัดงาน TRE ภายใต้กลุ่มเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย ได้นำงานวิจัยบางส่วนจาก 8 มหาวิทยาลัย เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย มาร่วมจัดแสดงนิทรรศการภายในงานแถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 (Thailand Research Expo 2025) ครั้งที่ 20” ณ ห้อง Lotus Suite 1 – 4 ชั้น  22  โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2568

     รองศาสตราจารย์ ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประธานการจัดงาน TRE ภายใต้กลุ่มเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย เปิดเผยว่า งานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ซึ่งจัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นเวทีระดับชาติที่นำเสนอความก้าวหน้าผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่มีคุณภาพ เพื่อเชื่อมโยงบูรณาการองค์ความรู้ไปสู่การใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ ซึ่งปีนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 แล้ว 

       โดยในทุกๆ ปี เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN) ได้นำผลงานวิจัยของ 8 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จุฬามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าร่วมแสดงนิทรรศการมาโดยตลอด ซึ่งพันธกิจหลักของ RUN คือ มุ่งเน้นการประสานความร่วมมือและสร้างความเข้มแข็งในการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพ และสร้างขีดความสามารถทางการศึกษาวิจัย และพัฒนาของประเทศ และยกระดับสู่ภูมิภาคอาเซียน 

        รวมทั้งประสานความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพนักวิจัย บัณฑิตศึกษา นักศึกษาและบุคลากรทางการวิจัยในการร่วมกันดำเนินงานทางด้านการวิจัย การแลกเปลี่ยน และใช้ทรัพยากร ตลอดจนปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยในระหว่างพันธมิตรการวิจัย รวมถึงสร้าง และขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยกับมหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชนหรือเครือข่ายอื่นๆ และถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีสู่สังคม ภาคผลิตและภาคบริการ

        การใช้ประโยชน์งานวิจัยมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศและคุณภาพชีวิตของประชาชน เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network: RUN) ได้มีบทบาทร่วมกันในการส่งเสริมให้มีการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการใช้ประโยชน์งานวิจัย ก่อให้เกิดผลกระทบในหลายมิติ ทั้งทางด้านวิชาการ เศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม 

        ในปีนี้เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN) จึงได้จัดกิจกรรมนิทรรศการแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรม การเสวนาที่บูธนิทรรศการภายใต้ Theme “เศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่ออนาคตประเทศไทย” (Creative Economy for Thailand Tomorrow) และการจัดบรรยายพิเศษ ภายใต้ หัวข้อ “RUN for Soft Power: Impactful creative economy, high value added by research and innovation” เพื่อผลักดัน Soft Power ผ่านงานวิจัยที่มีศักยภาพ 

พร้อมทั้งยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยสู่ระดับสากล โดยมีอาจารย์/นักวิจัยได้ร่วมนำผลงานวิจัยที่สร้างผลกระทบทั้งทางด้านวิชาการ เศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม จัดแสดงภายในงานนิทรรศการรวม 24 ผลงาน   โดยแบ่งประเภทการนำเสนอผลงาน 3 ประเภท ได้แก่ ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี: แสดงถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการประยุกต์ใช้ในการพัฒนาประเทศ , ศิลปวัฒนธรรม: ส่งเสริม Soft Power ด้วยงานวิจัยที่สะท้อนอัตลักษณ์และความงามทางวัฒนธรรมของไทย, การพัฒนาอย่างยั่งยืน: นำเสนอนวัตกรรมที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างอนาคตที่มั่นคง

       ทั้งนี้ได้นำผลงานวิจัยเด่น 8 ผลงาน จาก 8 มหาวิทยาลัยเครือข่ายฯ มาร่วมจัดแสดงภายในงานแถลงข่าวครั้งนี้ด้วยได้แก่ ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี 1.นวัตกรรมการสกัดสารจากสมุนไพรด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2.แพ็กแบตเตอรี่สมรรถนะสูงสำหรับรถกอล์ฟไฟฟ้า จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น 3.ปฏิวัติความหวาน: ยกระดับผลไม้ไทยสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 4.การพัฒนาระบบเฝ้าระวังระบบเฝ้าระวังโรคที่เป็นผลกระทบทางสุขภาพจากหมอกควัน และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศระดับอำเภอและจังหวัดเชียงใหม่ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 5.ผลของสารสกัดไฟโตแคนนาบินอยด์จากกัญชงในส่วนผสมของน้ำมันไตรกลีเซอไรด์สายกลางที่มีความเข้มข้นกรดลอริคสูงในลูกสุกรน้ำหนักแรกเกิดน้อย จากมหาวิทยาลัยนเรศวร

       ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน 1.การพัฒนาการท่องเที่ยวสัตว์ป่าเพื่อส่งเสริมการจัดการพื้นที่กันชนมรดกโลกห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2.การวิเคราะห์คุณลักษณะ การเกิด อิทธิพลของแหล่งกำเนิด และมาตรการควบคุมที่เหมาะสม เพื่อการจัดการ Secondary particulate ในฝุ่น PM 2.5 เชิงบูรณาการ จากมหาวิทยาลัยมหิดล 3.การพัฒนาต้นแบบการผลิตสาหร่ายขนนกเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

       นอกจากนี้ในวันที่ 17 มิถุนายน 2568 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป จะมีจัดกิจกรรมบรรยายพิเศษ หัวข้อ “RUN for Soft Power: Impactful creative economy, high value added by research and innovation” มีการบรรยายพิเศษ 2 หัวข้อย่อย ได้แก่ การบรรยายพิเศษ เรื่อง Premiumization Soft Power Thai ผ่านงานวิจัย โดย คุณนิติพันธุ์ ดารกานนท์ ประธานบริษัท Sonite Innovative Surfaces และ รองศาสตราจารย์ ดร.ชาคร ประพรหม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ผู้ดำเนินรายการ รองศาสตราจารย์ ดร ชาลีดา บรมพิชัยชาติกุล การบรรยายพิเศษ เรื่อง Premiumization Muay Thai by Research and Innovation

       โดย ศาสตราจารย์ ดร. สุเนตร ชุตินธรานนท์ (สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ตัวแทนจากบริษัททีวีบูรพา และ ค่ายมวยบัญชาเมฆ ผู้ดำเนินรายการ สพ.ญ. ดร. นิธิรา อนัคกุลและ เสวนา Global Festival ทำให้เจ๋ง ทำให้ปังได้ ต้องมีงานวิจัยขับเคลื่อน? โดย คุณ กราสิก สมิตะสิริ (สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) รองศาสตราจารย์ ดร. ภาวิกา ศรีรัตนบัลล์ (สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) และ รองศาสตราจารย์ ดร. จารุวรรณ แดงบุบผา (มหาวิทยาลัยนเรศวร) ผู้ดำเนินรายการ รองศาสตราจารย์ ดร ชาลีดา บรมพิชัยชาติกุล

        ทั้งนี้ขอเชิญชวนอาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมชมการแสดงนิทรรศการผลงานวิจัย ฟังเสนาที่บูธนิทรรศการ ร่วมกิจกรรมรับของรางวัล และฟังการบรรยายพิเศษ ของเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network: RUN)  ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 (Thailand Research Expo 2025) ครั้งที่ 20” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 - 20 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ  





มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 256...