วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง 

มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี


     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมมูลค่ากว่า 6.9 แสนบาท พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการในพื้นที่ฟรี ณ บริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี


     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ พร้อมด้วย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี (จังหวัดที่ 3 ของทางภาคใต้) จำนวน 28 ครัวเรือน มูลค่าทั้งสิ้น 690,450 บาท (หกแสนเก้าหมื่นสี่ร้อยห้าสิบบาทถ้วน) พร้อมจัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผมชาย-หญิง และกิจกรรมนันทนาการ โดยมี  นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายสงัด พืชพันธุ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี คณะมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานีเป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี  พร้อมด้วย อาสาสมัครศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายนพดล ทรงแสง (จิ้ม ชวนชื่น) นายธวัชชัย คชาอนันต์ (แฮ็ค ชวนชื่น)และ นายเกียรติภูมิ บันลือชัยฤทธิ์ (ภูมิ) ร่วมในพิธี ณ บริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568


     โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน  ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยได้ดำเนินการไปแล้ว 3 ระยะ โดยกลุ่มเป้าหมายแรก ระยะที่ 1 ดำเนินการในพื้นที่ภาคกลางแล้วจำนวน 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ระยะที่ 2 ได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือแล้วจำนวน 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ระยะที่ 3 ได้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัด ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด รวม 485 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนผู้ประสบอุทกภัย ประจำปี พ.ศ.2567 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดเชียงราย อีกจำนวน 57 ครัวเรือน รวมจำนวนครัวเรือนยากจนที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้สร้างอาชีพ สร้างชีวิต ด้วยการมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแล้วทั้งสิ้น 870 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท และในขณะนี้ได้พิจารณาดำเนินการพื้นที่ภาคใต้ รวม 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล กระบี่ ภูเก็ต ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

     ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

.## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## 

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

"สารวัตรแรมโบ้” รับรางวัล “๑ ปณิธานความดี เทิดไท้พระภูมีนนวมินทรา” ผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ” จากอดีตนายกฯ ชวน

"สารวัตรแรมโบ้” รับรางวัล “๑ ปณิธานความดี เทิดไท้พระภูมีนนวมินทรา” ผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ” จากอดีตนายกฯ ชวน

ลั่นจะทำงานรับใช้สังคม เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป

     พ.ต.อ. สุรเดช เจษฎาเดช หรือที่ใครๆ รู้จักกันในนาม “สารวัตรแรมโบ้”  ประธานประธานมูลนิธิป้องกันต่อต้านอาชญากรรมและยาเสพติดแห่งประเทศไทย ได้เข้ารับมอบรางวัล “๑ ปณิธานความดี เทิดไท้พระภูมีนนวมินทรา” รางวัลอันทรงเกียรติสาขาผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ หนึ่งในโครงการ “นวราช เชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ สร้างสรรค์พัฒนาสังคมดีเด่น ครั้งที่ 6 ประจำปี 2568” ซึ่งจัดโดยมูลนิธิคุ้มเกล้าเยาวชนคนสร้างชาติ จากนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี คนที่ 20 และอดีตประธานรัฐสภาและสภาผู้แทนราษฎร ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568



      พ.ต.อ. สุรเดช เจษฎาเดช หรือ “สารวัตรแรมโบ้”  ประธานประธานมูลนิธิป้องกันต่อต้านอาชญากรรมและยาเสพติดแห่งประเทศไทย เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในฐานะตำรวจมือปราบน้ำดี มือขาวใสสะอาด เน้น "คุณธรรมความถูกต้อง ยุติธรรม" เป็นหลักการ เป็นอดีตตำรวจกองปราบขาลุุยผู้โด่งดังในอดีต กล้าหาญเด็ดเดี่ยว ที่ไม่เกรงกลัวอิทธิพลใดๆ พร้อมชน ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา
      "สารวัตรแรมโบ้" มักลุยบุกจับกุมผู้ต้องหาสำคัญในคดีต่างๆ มากมายแบบไม่สนหน้าหน้าอินทร์หน้าพรหม  บางครั้งก็บุกเดี่ยวหรือมีลูกน้องคู่ใจเพียงไม่กี่คนเท่านั้น จนได้รับฉายาว่า “สารวัตรแรมโบ้” เขาคือสายเลือดผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง



      ปัจจุบันดำเนินชีวิตตามรอยพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เป็นประธานมูลนิธิป้องกันต่อต้านอาชญากรรมและยาเสพติดแห่งประเทศไทย และทำงานรับใช้สังคม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป
       "สารวัตรแรมโบ้" กล่าวหลังได้รับรางวัลว่ารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้รับรางวัล “๑ ปณิธานความดี เทิดไท้พระภูมีนนวมินทรา” สาขา เกียรติคุณผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ และขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลนี้ทุกคน นับว่าเป็นกำลังใจอย่างยิ่งสำหรับคนที่ทำความดี ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ
      ตนตั้งปฎิธานไว้ว่า "ตนจะทำความดี มีคุณธรรม รับใช้สังคม สร้างประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างเต็มกำลัง สุดความสามารถ เพื่อช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ของสังคมต่อไป










     

วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

ชวนเที่ยวงาน “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” 28–30 พ.ย. 2568 ที่ เมืองทองธานี

ชวนเที่ยวงาน “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง”

28–30 พ.ย. 2568 ที่ เมืองทองธานี

ลอง ชิม ช้อป ชม ค้นหา กับ 55 จุดหมายเมืองรอง

     กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) จัดงาน “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” โดย นายชัย อรุณสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้มอบหมายให้ นางนงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ รองประธานตลาดในประเทศ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานโครงการจัดงาน

     นางนงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ รองประธานตลาดในประเทศ สทท. ประธานโครงการฯ กล่าวว่า งาน “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” เป็นการเปิด 55 เมืองรองทั่วไทยที่น่าสัมผัส น่าค้นหาจากภาคเหนือจรดภาคใต้ พร้อมนำเสนอเสน่ห์ท้องถิ่นแบบที่ต้อง “ลอง ชิม ช้อป ชม ค้นหา” มาครบจบในที่เดียว 

- ภาคเหนือ : เชียงราย, น่าน, พะเยา, แพร่, ลำปาง, ลำพูน, ตาก, อุตรดิตถ์, แม่ฮ่องสอน, เพชรบูรณ์, สุโขทัย, นครสวรรค์, พิจิตร, พิษณุโลก, กำแพงเพชร และอุทัยธานี

- ภาคกลาง : จังหวัดชัยนาท, ลพบุรี, สมุทรสงคราม, สิงห์บุรี, สุพรรณบุรี, ราชบุรี และอ่างทอง

- ภาคอีสาน : จังหวัดกาฬสินธุ์, ชัยภูมิ, นครพนม, บุรีรัมย์, บึงกาฬ, มหาสารคาม, มุกดาหาร, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, ศรีสะเกษ, สกลนคร, สุรินทร์, หนองคาย, หนองบัวลำภู, อำนาจเจริญ, อุดรธานี, อุบลราชธานี และเลย

- ภาคตะวันออก : จังหวัดจันทบุรี, ตราด, ปราจีนบุรี, นครนายก และสระแก้ว

- ภาคใต้ : จังหวัดชุมพร, ตรัง, นครศรีธรรมราช, นราธิวาส, ปัตตานี, พัทลุง, ระนอง, สตูล และยะลา

      มาวางแผนเที่ยว–ช้อป–รับสิทธิ์ลดหย่อยภาษีกันได้เลย ในงาน "เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง" วันที่ 28–30 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 - 21.00 น. ณ  เมืองทองธานี ฮอลล์ 11–12

#เทศกาลเมืองต้องรอง #HiddenGemsThailand 


วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568

วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ร่วมกับ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีทิ้งกระจาด (ซิโกว)

วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ร่วมกับ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีทิ้งกระจาด (ซิโกว) 

แจกเครื่องอุปโภคบริโภคและชุดยาสามัญประจำบ้านแก่ผู้ยากไร้ รวม 1,000 ชุด 

ณ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ


     วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร นำโดย พระศรีวิศาลคุณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส ร่วมกับ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการฯ พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ และนายวันชิด ศิรสีห์ รองผู้จัดการใหญ่ จัดชุดเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิ ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำดื่ม น้ำตาล ปลากระป๋อง น้ำมันพืช น้ำปลาร้า เส้นหมี่ขาว ขนม ยาสีฟัน ขนมเบ็ดเตล็ด ชุดยาเวชภัณฑ์ รองเท้า ฯลฯ บรรจุถุงผ้ามูลนิธิฯ รวมจำนวน 1,000 ชุด รวมมูลค่ากว่า 1.6 แสนบาท เพื่อประกอบพิธีทิ้งกระจาด (ซิโกว)




แจกจ่ายให้แก่ผู้ยากไร้ โดยมี นายสมานมิตร แยงไธสง ผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ร่วมในพิธี ในการนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย และอาสาสมัคร อำนวยความสะดวกแก่วัดและประชาชนที่มารับสิ่งของ ณ บริเวณเมรุด้านใต้ (สุสานหลวง) วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ เมื่อวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568


     ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

##ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## 

#ป่อเต็กตึ๊งยึดมั่นอุดมการณ์อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต

วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2568

วีระ-สารวัตรแรมโบ้ ลุย จ.สระแก้ว ร่วมชาวบ้านทวง บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว จากเขมรคืน

วีระ-สารวัตรแรมโบ้ ลุย จ.สระแก้ว

ร่วมชาวบ้านทวง บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว จากเขมรคืน

ฟาดปล่อยมานาน 40 ปี ไม่ทำอะไร

     บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว เป็นของไทย เดิมใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราวให้หนีภัยเขมรแดง มีคนไทยในพื้นที่ต้องเสียพื้นที่นาให้เขมรเหล่านี้เข้ามายึดครองเป็นของตนเองและพวกพ้องที่อพยพกันเข้ามาเกือบ 40 ปีมาแล้ว มันนานจนเขมรเขาขี้โกง อ้างว่าอยู่มานานแล้วทำที่อยู่อาศัยแบบถาวร จะมาอ้างว่าครอบครองปรปักษ์ก็คงไม้ได้ เพราะเขาคือคนต่างชาติไม่ใช่คนไทย ไทยไม่ได้ให้สิทธิ์ต่างชาติเข้ามาครอบครอง ไทยอดทนอดกลั้นมานานหลายปี ช่วยเหลือแท้ๆ เขมรยังรุกล้ำ แล้วมันถึงเวลานานแล้วที่จะเอาพื้นแผ่นดินของไทยกลับคืนมา

     วีระ ผนึกกำลัง "สารวัตรแรมโบ้" พ.ต.อ. สุรเดช เจษฎาเดช บุก   บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ทวงคืนผืนแผ่นดินไทยที่เขมรยึดครองมานานเกือบ 40 ปี พร้อมให้กำลังใจทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และประชาชนในพื้นที่ ยืนหยัดจะร่วมกับชาวบ้านทวงคืนผืนแผ่นดินไทยคืนมาให้จงได้

     วีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายต้านคอรัปชั่น กล่าวว่า แผ่นดินไทย ไม่ยอมยกให้เขมรเด็ดขาด  ที่นี่มันแผ่นดินไทย เขมรมันอยู่แผ่นดินไทยมา 40 กว่าปีแล้ว เขมรมันบุกรุก เจ้าของบ้านจะทวงคืนมันผิดตรงไหน รัฐบาลไทย กองทัพไทย จัดการไม่ได้ ก็ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้องจัดการ  อย่ามาใช้คำพูดว่า ม๊อบจะไปบุกไปชนเขา มันไม่ใช่ม๊อบชนม๊อบ อย่าไปพูดอย่างนั้น  เราต้องจัดการอย่างเด็ดขาด เพื่อทวงผืนแผ่นดินไทยของเรา

     พ.ต.อ. สุรเดช เจษฎาเดช หรือ "สารวัตรแรมโบ้" กล่าวว่า วันนี้เรามวลชนคนไทย ลุยเลย! จัดการเลย พวกนี้มันดื้อด้าน มันเป็นลูกหลานพระยาละแวก ในอดีตพระยาละแวก (กษัตริย์เขมร) ถูกสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พระองค์ดำ) จับตัวและตัดพระเศียรเอาเลือดสดมาล้างพระบาทพระองค์ท่าน โทษฐานทรยศ เนรคุณต่อพระองค์ท่านและแผ่นดินสยามประเทศ แอบลักลอบยกกองทัพเขมรเข้าตีกรุงศรีอยุธยาถึง 2 ครั้ง ในยามที่กรุงศรีอยุธยามีศึกสงครามติดพันกับกรุงหงสาวดีของพม่า

     หากเที่ยวหน้าถ้ามีรบกันอีกครั้ง ทหารกองทัพไทยเราสูญเสียทหารกล้า 1 นาย เขมรจะต้องสูญเสียกว่า 1,000 ศพ ผมมั่นใจว่าทางกองทัพไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดน่าจะลุยเลย ผมมั่นใจเลย มันต้องออก ไม่ออกไม่ได้ ผมเชื่อในฝีมือและขีดความสามารถของกองทัพไทยอันเกรียงไกรไม่แพ้ชาติในโลก โดยเฉพาะในเรื่องของความรักชาติรักแผ่นดิน มีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว และความสามารถเฉพาะตัวสูงมาก ถ้าทำจริงทุกอย่างจบ ของพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ยากกว่านี้ ใช้เวลาแค่ 4-5 วัน ยังยึดได้เกือบหมดเลย ถ้ารัฐบาลไม่ตกลงหยุดยิง ผมมั่นใจว่าแก่บุกไปถึงพนมเปญ ถ้าให้เวลา ผมฝากถึงทางผู้ใหญ่ในบ้านเมืองและทางกองทัพ ข้าราชการทหาร ตำรวจ ทั้งรัฐบาล ว่า เราต้องเอาอย่างจริงจัง ให้เขมรรู้ศักยภาพของเรา

      ครั้งหนึ่งคุณวีระ สมความคิด เคยมาช่วยชาวบ้านหนองจาน ชาวบ้านหนองหญ้าแก้ว พร้อมชาวบ้านและคณะ เข้าไปตรวจดุูในเขตพื้นที่บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้า ถูกทหารเขมรพร้อมอาวุธหลายคนเข้าจับกุมในเขตอธิปไตยของแผ่นดินไทย ในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2557 ไม่มีผู้ใดในรัฐบาลยื่นมือเข้าช่วย คุณวีระและคณะถูกดำเนินคดีขังคุกนานถึง 3 ปี 8 เดือน ในขณะจองจำมีพวกกลุ่มคนเขมรในเรือนจำจ้องทำร้ายและฆ่าปิดปากหลายครั้ง จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด





วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว เปิดมณฑลพิธีภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง เนื่องในงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว เปิดมณฑลพิธีภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง เนื่องในงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568 

พร้อมจัดบริการอาหารเจแก่สาธุชนฟรี ตั้งแต่วันนี้ - 29 ตุลาคม 2568 

ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ


     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ คณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ ร่วมในพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว (เทพเจ้า 9 องค์ หรือนัยหนึ่ง คือ ดาวพระเคราะห์ทั้ง 9 ดวง) เปิดมณฑลพิธีงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568 โดยคณะสงฆ์อนัมนิกาย วัดอุภัยราชบำรุง (วัดญวนตลาดน้อย) โดยมี ดร.เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ ภริยาประธานกรรมการ ผู้บริหาร ศิษยานุศิษย์ สาธุชน เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครมูลนิธิฯ ร่วมในพิธี ณ ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ เมื่อวันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568



     เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญชวนศิษยานุศิษย์และสาธุชนทุกท่าน ร่วมถือศีล อิ่มบุญ อิ่มใจ ศีลกินผัก ละเว้นเนื้อสัตว์ โดยตลอดเทศกาลกินเจ มูลนิธิฯ จัดให้มีบริการอาหารเจ [บรรจุใส่ถุง] แก่ประชาชนฟรี วันละ 2 มื้อ (เช้า และ กลางวัน) เริ่มมื้อเที่ยงของวันที่ 20 ตุลาคม - 29 ตุลาคม 2568 ณ บริเวณทางเข้าสำนักงานมูลนิธิฯ ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ขอความกรุณาประชาชนผู้เข้ารับบริการอาหารเจ นำถุงหิ้ว/ถุงผ้า มาบรรจุอาหารด้วยทุกครั้ง

     นอกจากนี้ ขอเชิญทุกท่านสักการะหลวงปู่ไต้ฮง เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยระหว่าง 21-29 ตุลาคม 2568 จะมีพิธีสวดชัยมงคลคาถา ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง โดย คณะสงฆ์อนัมนิกาย วัดอุภัยราชบำรุง (วัดญวนตลาดน้อย) รวมทั้งขอเชิญทำบุญประทีปโคมไฟ (เต็งลั้ง) ถวายหลวงปู่ไต้ฮงเพื่อความเจริญรุ่งเรือง

     และในวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2568 เวลา 18.00 น. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดจัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์รอบนอกศาลเจ้าไต้ฮงกง ตั้งจิตอธิษฐานขอพรจากเทพเจ้าเพื่อเป็นสิริมงคล โดยเชื่อว่าเมื่อรับพรจากเทพเจ้าแล้ว จะทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องแผ้ว มีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง จึงขอเชิญชวนสาธุชน ร่วมพิธีในวันและเวลาดังกล่าว [ทั้งนี้ เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน ผู้มีจิตศรัทธาที่ประสงค์เข้าร่วมพิธี โปรดตรวจสอบสภาพอากาศก่อนการเดินทาง พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์ เตรียมพร้อมสำหรับการเข้าร่วมพิธี

ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2568

สุโขทัยชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์ “ไทดำ” ในงาน “เปิดโลกไทดำ นำสู่วัฒนธรรม ท่าฉนวน @สุโขทัย”

สุโขทัยชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์ “ไทดำ”

ในงาน “เปิดโลกไทดำ นำสู่วัฒนธรรม ท่าฉนวน @สุโขทัย” 

งานยิ่งใหญ่ของชาวไทดำ 27 – 28 ก.ย. นี้

      สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมของชาวสุโขทัยในงาน “เปิดโลกไทดำ นำสู่วัฒนธรรม ท่าฉนวน @สุโขทัย” 27 – 28 กันยายน 2568 ณ ศูนย์ศึกษาไทดำบ้านนำเรื่อง อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย พบนิทรรศการวิถี “ไทดำ” บูธสินค้าท้องถิ่น ร่วมชมสาธิตและร่วมชิมอาหารพื้นบ้านสุดประทับใจ และโชว์ดนตรีพื้นบ้านสุดพิเศษจาก “อาร์ ระเบียบศิลป์” และวง “เดอะโซ่ง” แล้วคุณจะตกหลุมรักสุโขทัยในมุมที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน

     จังหวัดสุโขทัย ร่วมกับ อำเภอกงไกรลาศ และ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าฉนวน เตรียมจัดงาน “เปิดโลกไทดำ นำสู่วัฒนธรรม ท่าฉนวน @สุโขทัย” ระหว่างวันที่ 27 - 28 กันยายน 2568  ที่ศูนย์ศึกษาไทดำบ้านนำเรื่อง ตำบลท่าฉนวน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย 

       การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวไทดำที่สืบทอดกันมายาวนานให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง งานครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามามีส่วนร่วมและสัมผัสวิถีชีวิตชาวไทดำที่แท้จริง ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการชมนิทรรศการ การชมการแสดงรำและศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น การลิ้มรสอาหารดั้งเดิม และการร่วมทำกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม เช่น การแต่งชุดไทดำ การทอผ้า และการละเล่นพื้นบ้าน 

       “เปิดโลกไทดำ นำสู่วัฒนธรรม ท่าฉนวน @สุโขทัย” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 28 กันยายน 2568 ณ ศูนย์ศึกษาไทดำบ้านนำเรื่อง ตำบลท่าฉนวน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย โดยภายในงานจะมีการเปิดบูธสินค้าท้องถิ่นของชาวท่าฉนวน, การเปิดสาธิตและเปิดให้ชิมอาหารพื้นบ้าน, กิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ “กินข้าววง” ระหว่างชาวบ้านและนักท่องเที่ยว, การแสดงรำวงจากชุมชนไทดำ, การแสดงดนตรีคอนเสิร์ตจากศิลปิน “อาร์ วงระเบียบศิลป์” และ “วงเดอะโซ่ง”   

      สำหรับงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนโดย จังหวัดสุโขทัย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, องค์การบริหารส่วนตำบลท่าฉนวน, อำเภอกงไกรลาศ, ประธานกลุ่มไทดำแต่ละจังหวัด, ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลท่าฉนวนและ บริษัท ไอ-แคนนาบิซ จำกัด

      โดยงานครั้งนี้เป็นมากกว่าการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม หากแต่เป็นการจัดงานที่จะเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยเปิดประตูให้ผู้มาเยือนก้าวเข้าสู่โลกของชาวไทดำอย่างแท้จริง ทั้งในมิติการเรียนรู้ การท่องเที่ยว และการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เติบโตไปพร้อมกับความเข้มแข็งของชุมชน โครงการครั้งนี้จะช่วยต่อยอดให้ตำบลท่าฉนวนและอำเภอกงไกรลาศกลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้วัฒนธรรมไทดำของจังหวัดสุโขทัย และสร้างชื่อเสียงให้เป็นหนึ่งในจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่โดดเด่นของประเทศไทยต่อไป




มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 256...