วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2563

รัฐบาลเดินหน้าทวงคืนศักดิ์ศรีกีฬามวยไทย จัดศึกสุดยิ่งใหญ่ “SAT Hero Series Muaythai” ต้นแบบยกระดับการจัดการแข่งขันวิถีใหม่

รัฐบาลเดินหน้าทวงคืนศักดิ์ศรีกีฬามวยไทย

จัดศึกสุดยิ่งใหญ่ “SAT Hero Series Muaythai”

ต้นแบบยกระดับการจัดการแข่งขันวิถีใหม่


           กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จับมือ การกีฬาแห่งประเทศไทย โปรโมเตอร์และค่ายมวยจากทั่วประเทศ จัดศึกทวงบัลลังก์ ศักดิ์ศรีกีฬา “มวยไทย” รายการ “SAT Hero Series Muaythai” (แซท ฮีโร่ ซีรีส์ มวยไทย) สืบสานตำนาน วีรบุรุษมวยไทย ระดมยอดมวยชื่อดัง 7 คู่ พร้อมอัดแน่นกิจกรรม ความบันเทิงตลอดทั้งวัน ระเบิดความมันส์ เสาร์ที่ 7 พ.ย.นี้ ที่เวทีชมวยเวิร์ล สยาม สเตเดี้ยม จำกัดจำนวนแฟนมวยเข้าชมฃในรูปแบบ New Normal  รับบัตรเข้าชมฟรีหน้างาน หรือรับชมถ่ายทอดสดทาง ช่อง 9 Mcot HD (หมายเลข 30) เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป

              “กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย จัดศึกทวงบัลลังก์ ศักดิ์ศรีกีฬา “มวยไทย” รายการ “SAT Hero Series Muaythai” (แซท ฮีโร่ ซีรีส์ มวยไทย) สืบสานตำนาน วีรบุรุษมวยไทย โดยมีนายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในงาน พร้อมด้วย นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย, นายปรเมษฐ์ ภักดีคีรีไพรวัลย์ ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย, คณะผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง, โปรโมเตอร์และค่ายมวย รวมทั้งนักมวยชื่อดัง ตบเท้าเข้าร่วมงานมากมาย ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย  เมื่ิอวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2563


         นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จากการที่กีฬามวยไทยและบุคลากรในวงการมวยต้องประสบปัญหาด้านภาพลักษณ์ ในการเป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19 จากเวทีการแข่งขัน แม้ในปัจจุบันนี้จะกลับมาดำเนินการได้บ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถดำเนินการเป็นปกติเช่นเดิม ภาวะดังกล่าวยังคงส่งผลกระทบต่อบุคลากรในวงการมวยทั้งระบบ  กระทบต่อภาพรวมด้านความเชื่อมั่นของประชาชน ระบบเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมกีฬาไทย รวมทั้งภาพลักษณ์ของประเทศอีกด้วย 


“ที่ผ่านมากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้มีการสร้างความมั่นใจ โดยจัดกิจกรรมกีฬาต่างๆ นำร่องขึ้นมาในหลายชนิดกีฬา สำหรับการจัดกิจกรรมมวยไทย SAT Hero Series Muaythai ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จัดขึ้นเพื่อแก้ไขและฟื้นฟูภาพลักษณ์ของวงการมวย ศิลปะการต่อสู้ของคนไทย หลังฝ่าวิกฤตโควิด 19 ให้ดีขึ้น รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชน และเพื่อให้เป็นรายการนำร่อง ให้ฝ่ายจัดการแข่งขันมวยไทยในศึกต่างๆ ได้ยึดเป็นโมเดล มาตรฐานในการจัดกิจกรรมต่อไป

       
                 นายปรเมษฐ์ ภักดีคีรีไพรวัลย์ ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับศึกทวงบัลลังก์ ศักดิ์ศรีกีฬา “มวยไทย” รายการ “SAT Hero Series Muaythai” (แซท ฮีโร่ ซีรีส์ มวยไทย) สืบสานตำนาน วีรบุรุษมวยไทย เป็นการจัดการแข่งขันรายการใหญ่ประจำปี รวบรวมคู่มวยดังจาก ต่างค่าย ต่างศึก พร้อมบูธนิทรรศการสืบสานตำนานมวยไทย บูธจำหน่ายและแสดงสินค้า กิจกรรมเอาใจแฟนหมัดมวยมากมาย จัดการแข่งขันโดยดำเนินการตาม พรบ.มวย ในรูปแบบ New Normal ตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และกระทรวงสาธารณสุข กำหนดเอาไว้ 


สำหรับกิจกรรมภายในงานจัดขึ้นอย่างอัดแน่นตลอดทั้งวัน แฟนมวยและผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่เวลา 9.30 น. เป็นต้นไป บริเวณลานด้านหน้าเวทีมวยเวิร์ล สยาม สเตเดี้ยม จะถูกเนรมิตให้เป็นมหกรรมมวยไทยครบวงจร มีทั้งบูธกิจกรรมความรู้นิทรรศการสืบสานตำนานมวยไทย, บูธแสดงและจำหน่ายสินค้า, การแสดงบนเวทีที่น่าตื่นตาตื่นใจ อาทิ นาฏมวยไทย, มวยไทยประยุกต์ , ลานทดลองมวยไทยให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้รับความรู้ เกี่ยวกับท่าทางต่างๆ ของมวยไทย จากครูมวยผู้ชำนาญการ ที่จะมาสอนเทคนิคท่าทางต่างๆ, ร่วมสนุกกับมวยรูปแบบ Virtual Reality เกมส์ต่อยมวยเสมือนจริงฯลฯ ส่วนการแข่งขันมวยจะเริ่มตั้งแต่ 16.00 น. และเข้าสู่ช่วงถ่ายทอดสดเวลา 17.00 น. 


                    “ไฮไลต์สำหรับการจัดการแข่งขันครั้งนี้คือ การรวบรวมมวยฝีมือดี 7 คู่ ซึ่งอยู่ต่างค่าย ต่างศึกมารวมในเวทีเดียวกัน เราจะเห็นได้ว่านักมวยหลายๆ คู่ หาดูไม่ได้ ไม่มีโอกาสที่เจอกัน ถือเป็นโอกาสดี กำไรสำหรับแฟนหมัดมวยที่จะได้รับชม ต้องขอขอบคุณทุกโปรโมเตอร์และค่ายมวย นักกีฬาทุกท่านที่ร่วมใจกันผลักดันงานดีๆ ให้เกิดขึ้นในวงการมวยไทย” 

               สำหรับโปรแกรมการแข่งขัน ทั้งหมด 7 คู่  มีดังนี้ รุ่นซูเปอร์ ไลท์เวท ก้าวหน้า ส.จ.โต้งปราจีน (135 ปอนด์) พบกับ ซุปเปอร์บอล ทีเด็ด 99 (136 ปอนด์), รุ่นเฟเธอร์เวท บุญหลง คลองสวนพลูรีสอร์ท (123 ปอนด์) พบกับ ฟ้าเป็นหนึ่ง ภ.หลักบุญ (123 ปอนด์), วรวุฒิ เอ็มยูเด็น (125 ปอนด์) พบกับ เดชไชยา เพชรยินดีอะคาเดมี่  (125 ปอนด์), รุ่นซูเปอร์แบนตั้มเวท เสาเอก ศิษย์เชฟบุญธรรม  (119.5 ปอนด์)  พบกับ กุมารดอย เพชรเจริญวิทย์  (119.5 ปอนด์)  รุ่นไลท์เวท ช่อฟ้า ท.แสงเทียนน้อย (130 ปอนด์)   พบกับ ลูกนิมิต สิงห์คลองสี่ (132 ปอนด์), รุ่น ซุปเปอร์เฟเธอร์เวท สุริยันต์เล็ก พ.เย็นยิ่ง (128 ปอนด์) พบกับ อภิวัฒน์ ส.สมนึก (128 ปอนด์) และรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท ฟ้าวิเศษเล็ก รักชาติ (114 ปอนด์) พบกับ ไม้ซางคํา ส.ยิ่งเจริญการช่าง (114 ปอนด์)



 

วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563

คนแห่ร่วมงานเทศกาลกินเจ และกราบไหว้เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ ศาลเจ้าหน้าผา จังหวัดนครสวรรค์ ล้นหลาม

คนแห่ร่วมงานเทศกาลกินเจ และกราบไหว้เจ้าพ่อ-เจ้าแม่

ศาลเจ้าหน้าผา  จังหวัดนครสวรรค์ ล้นหลาม



 
      ดร.พีรพงษ์ นพนาคีพงษ์ ประธานมูลนิธิส่งเสริมงานแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพประจำปี 2563-2564 และประธานจัดงานถือศีลกินเจ ศาลเจ้าแม่หน้าผา ประจำปี2563 กล่าวว่า การจัดงานถือศีลกินเจ ศาลเจ้าแม่หน้าผา ประจำปี 2563 ปีนี้มีคนเดินทางมาร่วมงานกันอย่างคึกคักตั้งแต่วันแรกที่เปิดงานจนถึงวันสุดท้ายของงาน เพราะเป็นการจัดเทศกาลกินเจที่ยิ่งใหญ่ เพื่อชักชวนให้ชาวตลาดปากน้ำโพและจังหวัดใกล้เคียงจะได้มีสถานที่กินเจเต็มกำลัง ให้ทุกคนละเว้นจากการกินเนื้อสัตว์ หันมากินผัก เพื่อสร้างบุญสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ ทุกคนจะได้กินอาหารเจที่มีคุณภาพ เพราะเราได้จ้างกุ๊กมือดีมาปรุงอาหาร ให้ทุกคนได้ทานอาหารอร่อย มีคุณภาพ ถูกสุขลักษณะอนามัย รวมทั้งภาชนะต่างๆ เช่น ถ้วย ชาม ช้อนส้อม ทำความสะอาดเรียบร้อย



และปีนี้มีวิกฤตการณ์โควิด-19 ระบาด ปีนี้เราเลยจัดแบบ NEW NORMAL ทุกคนที่ผ่านเข้ามาจะต้องผ่านจุดคัดกรอง ใส่หน้ากากอนามัย วัดอุณหภูมิ และเมื่อเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร เราก็มีเจ้าหน้าที่คอยตักอาหารให้ โดยที่ทุกคนไม้องตักเอง ถ้าทานแล้วไม่อิ่ม ก็นำภาชนะเดิมมาเพิ่มเติมได้ เราเตรียมพร้อมทั้งอาหารคาว อาหารหวาน ให้ทุกคนสามารถมาทานเจได้ ไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือคนรวย ก็ทานฟรี ไม่ต้องเสียเงิน และที่จัดอย่างยิ่งใหญ่อย่างนี้ก็เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้ทุกคนรู้จักเจ้าพ่อ-เจ้าแม่หน้าผา และได้เข้ามากราบไหว้บูชาเจ้าพ่อ-เจ้าแม่หน้าผาที่ศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งได้ทานอาหารเจที่อร่อย มีคุณภาพ จนทุกคนที่มาทานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “อร่อยมาก”


สำหรับความเป็นมาของศาลเจ้าหน้าผา มีประวัติว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ.2490 สองตายายซึ่งปลูกบ้านอยู่บริเวณศาลเจ้าพ่อจุ๊ยพ่อจุ๊ ได้ฝันเห็นเจ้าแม่มาบอกว่า ท่านอยู่ที่จังหวัดอยุธยาลอยทวนน้ำมาถึงหน้าผาเมืองปากน้ำโพ ถ้าอยากมั่งมีศรีสุขก็ให้เชิญขึ้นมาบนศาล เพื่อให้คนได้สักการะบูชา ครั้นตื่นขึ้นมาสองตายายก็พากันไปดูที่หน้าผา พบแผ่นไม้จันทร์ดำสลักรูปเจ้าแม่ลอยน้ำอยู่ริมฝั่ง จึงได้อัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนศาลเจ้าร่วมกับเจ้าพ่อจุ๊ยพ่อจุ๊ จากนั้นสองตายายก็เริ่มมีฐานะดีขึ้น ประกอบกิจการใดก็มักจะประสบความสำเร็จ  ตั้งแต่แผ่นไม้สลักรูปเจ้าแม่ขึ้นประดิษฐานในศาล ก็มีชาวเรือชาวแพตลอดจนชาวจีนในตลาดศรัทธาในความศักดิ์สิทธ์ขององค์เจ้าแม่ ก็พากันมากราบไหว้บูชา 



จนถึงปีมะโรง  พ.ศ. 2495 นายฮวงโพ้ว แซ่ไน้ หรือที่ชาวตลาดมักเรียกว่า อั่งผี่หลงจู้ ได้ศรัทธาจัดสร้าง กอมซิง เป็นไม้แกะสลักลงรักปิดทองทรงเครื่องแต่งกายอย่างจีน มือขวาถือไม้เท้าแทนแผ่นไม้จันทร์แกะสลัก โดยจัดสร้างจากวัดเล่งเน่ยยี่ (วัดมังกรกมลาวาส) ให้อั่งเต่าซ้งเหล่าซือโรงเจจี้แซเป็นผู้เบิกเนตร (ไคกวง) และนำมาประดิษฐานคู่กับรูปเคารพเดิมที่เก็บจากแม่น้ำ ช่วงเวลานั้นเจ้าแม่ได้ไปเข้าฝันเถ้าแก่เซ่งหมง ว่าถ้าอยากร่ำรวยเงินทองก็ให้มาสร้างศาลให้ใหม่  เถ้าแก่เซ่งหมงก็รับดำเนินการสร้างศาลเจ้า โดยขอซื้อที่ดินที่ติดกับศาลเดิมจากนางยวงซึ่งต้องย้ายตามบุตรไปอยู่ที่อื่น  เถ้าแก่เซ่งหมงได้รวบรวมเงินจากชาวจีนในตลาดมาสร้างศาลเจ้าเป็นอาคารปูน ศิลปะจีนติดถนนโกสีย์   ใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณปีเศษ ภายในศาลเจ้าประดิษฐานเจ้าแม่หน้าผา หรือคนจีนเรียก ปึงเถ่าม่า” เป็นเทพประทาน   เบื้องซ้ายประดิษฐานเจ้าพ่อกวนอู (เทพกวนเสี่ยตี้กุง)   เบื้องขวาประดิษฐานเจ้าแม่สวรรค์ (เทพเทียนโหวเซี้ยบ้อ)  และได้อัญเชิญรูเคารพเจ้าพ่อจุ้ยพ่อจุ๊มาประดิษฐานในศาลด้วย  ภายหลังได้เพิ่มเทพเจ้าแห่งโชคลาภไฉ่สิ่งเอี้ย  คู่กับเจ้าพ่อจุ้ยพ่อจุ๊     ต่อมาเมื่อมีการก่อตั้งมูลนิธิฯจึงได้มีการย้ายที่ตั้งศาลเจ้ามาก่อสร้างตรงตำแหน่งปัจจุบันเมื่อปี พ.ศ.2535 โดยมีอาจารย์สง่า กุลกอบเกียรติ เป็นผู้ให้คำแนะนำการก่อสร้าง 

งานแถลงข่าวประเพณีลอยกระทงลาวา สายธาราดงกลาง ประจำปี 2563 ณ ท่าน้ำริมคลองข้าวตอก (หน้าวัดดงกลาง) อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร

านแถลงข่าวประเพณีลอยกระทงลาวา สายธาราดงกลาง 

ประจำปี 2563 ณ ท่าน้ำริมคลองข้าวตอก (หน้าวัดดงกลาง)

อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร

\

ประเพณีลอยกระทงเป็นประเพณีที่สำคัญอย่างหนึ่งของไทยที่มีมาแต่โบราณได้ถือปฏิบัติตามความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น เพื่อเป็นการให้ความเคารพชาและมีความเชื่อว่าเป็นการขอบคุณน้ำที่อำนวยประโยชน์ต่างๆ ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ รวมทั้งเป็นการขอขมาลาโทษที่มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์หรือทำความเสียหายแก่น้ำซึ่งประเพณีลอยกระทงของไทยจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ



จังหวัดพิจิตร ร่วมกับชุมชนคุณธรรมวัดคงกลาง (วัดดงกลาง) อำเภอเมืองพิจิตร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครสวรรค์ วัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร องค์การบริหารส่วนตำบลดงกลาง องค์การบริหารส่วนตำบลดงกลาง ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลดงกลาง และภาคีเครือข่ายอำเภอเมืองพิจิตรและตำบลดงกลาง ได้ร่วมจัดกิจกรรมงานประเพณีลอยกระทงลาวา สายธาราดงกลาง ประจำปี  2563 โดยมี นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นประธานการแถลงข่างการจัดงาน พร้อมด้วย พระครูวิจารณ์ธรรมโสภิต เจ้าอาวาสวัดดงกลาง นายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครสวรรค์ ดร.ณัณธิญาจ์  มังคละคีรี วัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร และนายไชยยา  สมถวิล นายอำเภอเมืองพิจิตร


นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า การจัดงานประเพณีลอยกระทงลาวา สายธาราดงกลาง ประจำปี 2563 จะจัดให้มีขึ้นในวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563 นี้ ณ ท่าน้ำริมคลองข้าวตอก (หน้าวัดดงกลาง) อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทย ส่งเสริมอัตลักษณ์ไทยและความเป็นไทย สืบสานประเพณีสำคัญของคนไทย และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่ตลาดชุมชนคุณธรรมวัดดงกลาง


ด้าน นายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครสวรรค์ กล่าวว่า งานประเพณีลอยกระทงลาวา สายธาราดงกลาง ประจำปี 2563 ถือได้ว่าเป็นอะเมซิ่งหนึ่งเดียวในจังหวัดพิจิตร เพราะเป็นกระทงที่ทำมาจากกะลาที่ประดับด้วยเทียนที่แกะสวยงาม นักท่องเที่ยวจะต้องตื่นตาตื่นใจกับความสวยงามของแสงเทียนจากกระทงลาวานับหมื่นดวงที่สะท้อนน้ำสะท้อนแสงจันทร์สวยงามวิจิตรตระการตา พร้อมด้วยไฟประดับนับแสนดวงในสายน้ำแห่งชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นโฮไลท์ของงาน และที่สำคัญก็คือกระทงกะลานั้นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องในเรื่องของเที่ยวไปด้วยอนุรักษ์ไปด้วย แถมอิ่มบุญด้วยการตักบาตรพระทางน้ำในคืนวันเพ็ญ พร้อมชมกิจกรรมการแสดงศิลปะพื้นบ้าน การแสดงจากนักเรียนโรงเรียนวัดคงกลาง และชิม ช็อปกับร้านค้าในตลาดชุมชนคุณธรรม


แล้วพบกันในงานประเพณีลอยกระทงลาวา สายธาราดงกลาง ประจำปี 2563 ในคืนวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ ท่าน้ำคลองข้าวตอก หน้าวัดดงกลาง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร

 

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธา ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคีประจำปี 2563 ณ วัดวิมลภาวนาราม จ.ปทุมธานี (สาขาวัดนาหลวง) อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เพื่อสมทบทุนสร้างโบสถ์ ในวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563

ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธา  ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคีประจำปี 2563  ณ วัดวิมลภาวนาราม จ.ปทุมธานี (สาขาวัดนาหลวง) อ.สามโคก  จ.ปทุมธานี  เพื่อสมทบทุนสร้างโบสถ์  ในวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563 

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2563

สถาบันพระปกเกล้าถวายผ้าพระกฐินพระราชทานแก่พระสงฆ์จำพรรษา

สถาบันพระปกเกล้าถวายผ้าพระกฐินพระราชทานแก่พระสงฆ์จำพรรษา



      พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานผ้าพระกฐินให้สถาบันพระปกเกล้าตามที่ขอพระราชทานเพื่อน้อมนำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ พระอารามหลวงวัดพุทไทยสวรรค์ ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยาจ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีนายวุฒิสาร ตันไขย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นประธานในพิธีในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานประจำปี พ.ศ.2563  พร้อมด้วยดร.ชัยรัตน์ จำนงค์การ และเพื่อนนักศึกษาหลักสูตร ปปร. รุ่นที่ 24 ได้ร่วมในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2563 ในครั้งนี้





สัญญา วงพรนารายณ์ อาสาสมัครของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อัญเชิญ ผ้าพระกฐินพระราชทาน ถวายแด่พระสงฆ์ผู้จำพรรษา

สัญญา วงพรนารายณ์ อาสาสมัครของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อัญเชิญ ผ้าพระกฐินพระราชทาน ถวายแด่พระสงฆ์ผู้จำพรรษา

                     นาย สัญญา วงพรนารายณ์ ศิลปินนักร้องลูกทุ่ง อาสาสมัครของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย สดใส รุ่งโพธิ์ทอง และสมาคมนักร้องลูกทุ่งแห่งประเทศไทย  ได้เดินทางเข้าเฝ้า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญ ผ้าพระกฐินพระราชทาน ถวายแด่พระสงฆ์ผู้จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ในวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2563 เวลา 10.00 น. ณ วัดบึงบาประภาสะวัต ต.บึงบา อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี




มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 256...