วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564

บริษัท เอส.พี.พลาสติก อินดัสตรี จำกัด มอบยาให้กับ รพ.สนาม และตามห้างร้าน และโรงงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย โควิด-19

บริษัท เอส.พี.พลาสติก อินดัสตรี จำกัด มอบยาให้กับ รพ.สนาม และตามห้างร้าน และโรงงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย โควิด-19



          นายนิธิโรจน์-นางจิรนิษฐ์ อัครธนกุลกิตติ์ พร้อมครอบครัว เจ้าของโรงงานพลาสติก (ตรางู) บริษัท เอส.พี.พลาสติก อินดัสตรี จำกัด ที่ตั้งอยู่เลขที่ 39 ซอยประชาอุทิศ 75 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร นำยามอบให้กับ รพ.สนามที่ศูนย์กีฬาบางมด เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19




         จากนั้นก็ได้มอบยาให้กับตามห้างร้าน โรงงานต่างๆ ที่ขอความอนุเคราะห์มารับบริจาคที่บ้านอย่างไม่ขาดสาย นับได้ว่าเป็นผู้ที่มีจิตเมตตาให้กับเพื่อนมนุษย์ ด้วยกัน ถ้าโรงงานหรือห้างร้านใดมีความประสงค์จะขอรับยาทำหนังสือตามที่อยู่นี้ได้เลยยินดีช่วยเหลือ

เราคนไทยไม่ทิ้งกันยามตกทุกข์ได้ยาก 

อนุกรรมการสภากรุงเทพมหานคร และเลขานุการบริหารหอการค้าไทย-มัลดีฟท์ พร้อมคณะ “โครงการ “ปันสุข” ลุยแจกข้าว กลางสายฝน

อนุกรรมการสภากรุงเทพมหานคร และเลขานุการบริหารหอการค้าไทย-มัลดีฟท์ พร้อมคณะ โครงการ ปันสุข” ลุยแจกข้าว

กลางสายฝน

 





นายชณทัต ปัทะมะภูวดล อนุกรรมการสภากรุงเทพมหานคร และเลขานุการบริหารหอการค้าไทย-มัลดีฟท์ พร้อมคณะทำงาน โครงการ ปันสุข” ได้นำข้าวกล่อง เข้าไปมอบให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19ในชุมชนประชาร่วมใจ 2 เขตจตุจักร ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2564



นายชณทัต ปัทะมะภูวดล อนุกรรมการสภากรุงเทพมหานคร และเลขานุการบริหารหอการค้าไทย-มัลดีฟท์ กล่าวว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ในชุมชนมีอาชีพรับจ้าง หาเช้ากินค่ำ บางบ้านไม่สามารถออกไปทำงานได้เนื่องจากต้องกักตัวอยู่กับบ้านเพื่อรอดูอาการ  บางบ้านมีผู้ติดเชื้อไม่สามารถออกมารับอาหารได้ เราก็ทำได้แค่วางข้าวไว้ให้หน้าบ้าน อาหารกล่องที่เรานำมามอบให้อาจไม่ได้มีค่ามากมายอะไร แต่เราก็ตั้งใจนำมามอบให้เพื่อเป็นกำลังใจแก่ชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ให้มีแรงสู้กับโควิด-19ต่อไปครับ

ทั้งนี้ ชุมชนประชาร่วมใจ 2 เขตจตุจักรนี้ มีชาวบ้านอาศัยอยู่มากกว่า 1,000 ครัวเรือน โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ขาดรายได้มาหลายเดือน

ศปก.ศบค. รับเรื่องนโยบายนำเข้าวัคซีนทาง เลือกเสรี ปลอดภาษี ของสารวัตรแรมโบ้ ไปพิจารณาแล้ว

ศปก.ศบค. รับเรื่องนโยบายนำเข้าวัคซีนทาง

เลือกเสรี ปลอดภาษี ของสารวัตรแรมโบ้ ไป

พิจารณาแล้ว

จากวิกฤติการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่หนักขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสม และเสียชีวิตจำนวนมากเพิ่มขึ้นทุกวัน เนื่องจากมีวัคซีนที่ทางรัฐบาลนำเข้านั้นไม่พอเพียงฉีดให้กับประชาชน

พันตำรวจเอก สุรโชค เจษฏาเดช (สารวัตรแรมโบ้) ประธานที่ปรึกษา บริษัท แรมโบ้เฮิร์บ จำกัด "มืออาชีพเรื่องสุขภาพ” จึงได้ทำหนังสือเปิดผลึกถึงนายกรัฐมนตรี หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค) โดยผ่านทาง ดร.เสกสกล อัตถากร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา และทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค) ได้รับจดหมายเรื่องนโยบายนำเข้าวัคซีนทางเลือกเสรี ปลอดภาษีไว้พิจารณาแล้ว

โดยใจความในจดหมายมีเนื้อหาดังต่อไปนี้คือ ด้วยปัจจุบัน ไวรัสโควิด-19 "นักฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ชาติแห่งศตวรรษ" ได้พรากชีวิตประชากรทั่วโลกไปแล้วประมาณ 4.2 ล้านคนเศษ มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมประมาณ 197 ล้านคนเศษ รวมทั้งประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสม 5.9 แสนคน เสียชีวิตเกือบ 4.800 คน มี ทางรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข ทุกๆ ภาคส่วน บุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศมีความมุ่งมั่นจริงใจให้การพยาบาลรักษาดุแล พร้อมเร่งระดมเร่งฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชากรทั่วประเทศให้ครอบคลุมทั่วถึงให้ได้ 70 ล้านคนเศษทั่วประเทศ รวมทั้งแรงงานต่างด้าว นักท่องเที่ยวต่างประเทศที่กระจายพักอาศัยอยู่ทั่วประเทศไทยด้วย แต่เนื่องด้วยบุคคลากรทางการแพทย์บางส่วนมีกำลังจำนวนจำกัด อีกทั้งเป็นเหตุการณ์วิกฤติเฉพาะหน้าที่เพิ่งเคยเกิดขึ้นในประเทศไทยและทั่วโลกในรอบ 100 ปี จึงต้องแบ่งกำลังพลกระจายให้การรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อที่เจ็บป่วยสะสมอยูจำนวนมากและมีคนไข้ติดเชื้อเจ็บป่วยเพิ่มขึ้นตลอดเวลา จึงทำให้แพทย์พยาบาล อาสาสมัครฯ บางส่วนติดเชื้อจากผู้ป่วยและเสียชีวิตลงตลอดเวลา จากปัญหาและเหตุผลสำคัญดังกล่าวข้างต้น

กระผมจึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้โปรดให้การสนับสนุนนโยบายนำเข้าวัคซีนทางเลือกเสรีและยกเว้นภาษี เพื่อสนับสนุนให้ภาคเอกชนทุกๆ ภาคส่วนทั่วประเทศที่มีความพร้อม มีขีดความสามารถนำเข้าวัคซีนเสรีทางเลือก ฉีดวัคซีนให้กับบุคคลากรของภาคเอกชนของตนเองแทนการรอรับฉีดวัคซีนจากภาครัฐ กระผมมีความมั่นใจว่าภาคเอกชนทุกๆ ภาคส่วนที่ประกอบด้วยภาคธุรกิจ ภัตตาคาร ร้านอาหาร ภาคอุสาหกรรม ภาคการท่องเที่ยว โรงแรม สถานบริการ อื่นๆ อีกจำนวนมากมีความพร้อมในการนำเข้าวัคซีนเสรีทางเลือกและยกเว้นภาษี จะสามารถนำวัคซีนสั่งเข้ามาระดมฉีดให้กับพนักงานลูกจ้างขององค์กรภาคเอกชนของเขาเอง รวมทั้งแรงงานต่างด้าวที่เขาดูแลได้เร็วขึ้น ทั้งเป็นการป้องกัน ลดการติดเชื้อ เจ็บป่วยและเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณะสุขได้มาก เชื่อว่าไม่เกิน 2 เดือน ภาคเอกชนน่าจะช่วยระดมฉีดวัคซีนพนักงานลุกจ้างได้ครอบคลุมทั่วถึงทั้งประเทศ และเป็นผลดีโดยตรงต่อรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขในเรื่องลดความสูญเสีย รวมทั้งเป็นผลดีต่อประเทศชาติ ทำให้ประเทศไทยสามารถเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวได้เร็วขึ้น

สุดท้ายนี้ ก็ขอฝากถึงทุกคนว่า การรู้เท่าทันเพื่อเตรียมรับมือให้ถูกวิธีจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย สิ่งที่ควรคำนึงถึงและสำคัญที่สุดในการป้องกันคือ หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการติดเชื้อ ถึงแม้ว่าจะฉีดวัคชีนป้องกันโควิด-19 แล้วก็ตาม ก็ยังมีโอกาสที่จะติดโควิด-19ได้อีก เราจึงยังต้องยกการด์สูง ใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา ล้างมือมือล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่แออัด เลี่ยงการสัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ที่มีความเสี่ยงสูง และทานอาหารเสริมสมุนไพร กระชายขาว (กระชายเหลืองหรือกระชายสีทอง)

   ถ้าบริษัท ห้างร้าน หรือใครที่สนใจ ต้องการนำไปแจกจ่าย หรือสั่งผลิตเพื่อจำหน่าย สามารถติดต่อได้ที่ คุณฐิติชญาเจษฏาเดช (กรรมการผู้จัดการบริษัท แรมโบ้เฮิร์บจำกัด โทร.092-496-1924 และ 081-498-3999

 ***อโรคยา ปรมาลาภา" ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ***

*** แรมโบ้เฮิร์บ ห่วงใยคุณและคนที่คุณรัก***

***ผลิตภัณฑ์สมุนไพรแรมโบ้เฮิร์บ มี อย. ถูกต้องตามกฎหมาย จึงมั่นใจ ปลอดภัย 100 % ***

   

วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2564

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รับมอบชุด PPE และแอลกอฮอล์ จากบริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด และบริษัท คาวาลลิโน เซอร์วิส จำกัด เพื่อสนับสนุนปฏิบัติภารกิจสู้ภัยโควิด-19

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รับมอบชุด PPE และแอลกอฮอล์ จากบริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด และบริษัท คาวาลลิโน เซอร์วิส จำกัด เพื่อสนับสนุนปฏิบัติภารกิจสู้ภัยโควิด-19


            มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย คุณศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วยคุณชูเดช เตชะไพบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการ รับมอบชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment: PPE)  จำนวน 1,000 ชุด และแอลกอฮอล์ จำนวน 2,000 ลิตร จากคุณนันทมาลี ภิรมย์ภักดี  ในนามบริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด และบริษัท คาวาลลิโน เซอร์วิส จำกัด เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของทีมบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่ออกภารกิจช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ณ Ferrari Cavallino Motors เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ร่วมบริจาคทรัพย์ สิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) 

ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสารและการปฏิบัติภารกิจของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

.#ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต#

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 110 ปีความดีที่ยั่งยืน#

#แอปพลิเคชัน และ สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418#

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน#

วันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564

สภาองค์กรเยาวชนสร้างสรรค์พัฒนาสังคม ร่วมกับสภาองค์กรเยาวชนคนสร้างชาติ มอบสิ่งของสู้ภัยโควิด-19

สภาองค์กรเยาวชนสร้างสรรค์พัฒนาสังคม ร่วมกับสภาองค์กรเยาวชนคนสร้างชาติ มอบสิ่งของสู้ภัยโควิด-19



นางณิชาภา สิงห์ณรงค์ ประธานสภาองค์กรเยาวชนคนสร้างชาติ นายธีรธัชช์ สิงห์ณรงค์ธร ประธานสภาองค์กรวัฒนธรรมไทย อาเซี่ยน และสภาองค์กรเยาวชนสร้างสรรค์พัฒนาสังคม ได้นำสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นมอบแก่ผู้ป่วยที่เข้าพักรักษาตัวด้วยโรคโควิด-19 แด่โรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดิน "ใต้ร่มพระบารมี" ซึ่งสามารถจุผู้ป่วยได้ถึงจำนวน1,750 เตียง โดยมีนายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา เป็นผู้รับมอบ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2564



จากนั้น เวลา 12.00 น. สภาองค์กรเยาวชนสร้างสรรค์พัฒนาสังคม ร่วมกับสภาองค์กรเยาวชนคนสร้างชาติ นำโดยนายวรวุฒิ อุตสาแท้ ประธานสภาองค์กรเยาวชนสร้างสรรค์พัฒนาสังคม พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสภาฯ ได้ร่วมกันแจกชุดธารน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19 ประกอบด้วย ข้าวสาร นมถั่วเหลือง น้ำดื่ม ขนมปัง ขนมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง หน้ากากอนามัย ยาแก้ปวด จำนวน 71 ชุด ชุดอาหารว่าง จำนวน 100 ชุด และผลไม้ (มังคุด) จำนวน 40 กิโลกรัม ให้แก่พี่น้องชาวเขาในพื้นที่ตำบลสบเปิง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

ทั้งนี้ สภาองค์กรเยาวชนสร้างสรรค์พัฒนาสังคม และสภาองค์กรเยาวชนคนสร้างชาติ ขอร่วมเป็นกำลังใจ และขอเป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่ง ในการช่วยเหลือสังคมในการต่อสู้ และฝ่าวิกฤติในครั้งนี้ ช่วยคนไทยทุกคนให้ปลอดภัยจากโควิด ไปด้วยกัน

วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2564

แรมโบ้เฮิร์บ มอบสมุนไพรกระชายขาวให้ตำรวจ ท่องเที่ยว เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไวรัสโควิด-19 ใน การปฏิบัติหน้าที่

แรมโบ้เฮิร์บ มอบสมุนไพรกระชายขาวให้ตำรวจ

ท่องเที่ยว เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไวรัสโควิด-19 ใน

การปฏิบัติหน้าที่


พ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช (สารวัตรแรมโบ้) ประธานที่ปรึกษาบริษัท แรมโบ้ เฮิร์บ จำกัด  คุณฐิติณ์ชญา เจษฎาเดช  กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ นำอาหารเสริมสมุนไพร กระชายขาวแรมโบ้ เฮิร์บ (กระชายเหลืองหรือกระชายสีทอง) เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันไวรัสโควิด -19 มามอบให้กับกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดยมี พล.ต.ท.นิทัศน์ ลิ้มศิริพันธ์ ผบช.ทท. และคณะผู้บริหาร บช.ทท. เป็นผู้รับมอบ  เพื่อมอบต่อให้ตำรวจท่องเที่ยวในสังกัด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโควิด-19 ในการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2564



และในวันที่ 6 สิงหาคม 2564 ก้เดินทางไปจังหวัดระยอง เข้าพบนายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองและนายอินทรีย์ เกิดมณี ปลัดจังหวัดระยอง พร้อมด้วยคุณสุรินทร์ สินรัตน์ ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) จ.ระยอง นายจรัญ จันทร์มณี ประธานเพจซูมระยอง (บก.001) และนายณัษฐพงษ์  ฉิมแฉ่ง รองประธานเพจซูมระยอง เพื่อมอบสมุนไพรกระชายกระชายขาวชนิดแคปซูลจำนวน12,000แคปซูล เพื่อส่งต่อให้กับผู้ป่วยโควิด-19 โรงพยาบาลสนาม ณ ชั้น4 ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง

พ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช (สารวัตรแรมโบ้) ประธานที่ปรึกษาบริษัท แรมโบ้ เฮิร์บ จำกัด "มืออาชีพเรื่องสุขภาพ  เปิดเผยว่า ปัจจุบันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ยังคงเป็นเรื่องที่น่าห่วง ดังนั้นการป้องกันที่ถูกวิธีจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย นั่นคือ การหลีกเลี่ยงไม่ให้ติดเชื้อ ซึ่งทำได้ด้วยการใส่หน้ากากอนามัย ล้างมืออย่างสม่ำเสมอด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ การเว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่แออัด เลี่ยงการสัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ที่มีความเสี่ยงสูง และทานอาหารเสริมสมุนไพร กระชายขาว (กระชายเหลืองหรือกระชายสีทอง) เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันไวรัสโควิด -19

จากผลการวิจัยทางการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศล่าสุดว่า กระชายขาว (กระชายเหลืองหรือกระชายสีทอง) มีสารสำคัญที่ชื่อว่า เพนนูลาตินเอและพิศโนโตบิน” ที่อยู่ในสมุนไพรกระชายขาวเป็นตัวที่ฆ่าทำร้ายและยับยั้งเซลล์ไวรัสโควิด-19 สูงถึง 100:% สมุนไพรกระชายขาวแรมโบ้เฮิร์บ มีส่วนผสมของกระชายขาว (กระชายเหลืองหรือกระชายสีทอง) กระเทียม ชมิ้นชัน มะขมป้อม และขิง ที่ผลิตขึ้นด้วยสุตรพิเศษที่ใช้วิธีกรรมวิธีที่หมักสมุนไพรทุกชนิดด้วยจุลินทรีที่มีประโยชน์มากที่สุดต่อร่างกายมนุษย์ สามารถสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันไวรัสโควิด-19 มีเครื่องหมาย อย.” เอกสารที่ 30-1-13758-5-0050 อย่างถูกต้อง จากคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณะสุข ถูกต้องตามกฎหมาย จึงมั่นใจได้ว่า ทานแล้วปลอดภัย 100 %.

                           

ดังนั้นทาง บริษัท แรมโบ้เฮิร์บ จำกัด นำโดย คุณฐิติณ์ชญา  เจษฏาเดช กรรมการผู้จัดการ พ.ต.อ. สุรโชค เจษฎาเดช (สารวัตรแรมโบ้) ประธานที่ปรึกษาบริษัทฯ และน้องเค-ภัทรพล ดารา/นักแสดงละคร จึงมีความตระหนักถึงความจำเป็นของการเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน นำพาประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ ด้วยการนำผลิตภัณฑ์สมุนไพรกระชายขาวของบริษัทฯ ไปแจกจ่ายให้พี่น้องประชาชนกลุ่มผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 หลายแห่ง อาทิ สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง กรุงเทพฯ ที่ทำการไปรษณีย์เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ สถานีตำรวจภูธรพุทธมณฑล จ.นครปฐม. สถานีตำรวจภูธรสี่คิ้ว จ.นครราชสีมา โรงพยาบาลสนามสีคิ้ว จ.นครราชสีมา


             สุดท้ายนี้ ขอวอนให้รัฐบาล และกระทรวงสาธารณสุข ได้โปรดเปิดการนำเข้ายาวัคซีนเสรี ปลอดภาษี เปิดโอกาสให้โรงพยาบาลเอกชน บริษัท ห้างร้าน โรงงานต่างๆ ทั่วประเทศที่มีขีดความสามารถสั่งซื้อนำเข้าวัคซีนมาจากต่างประเทศได้ เพื่อนำวัคซีนไปฉีดให้กับพนักงาน เจ้าหน้าที่ และประชาชนได้อย่างรวดเร็วขึ้น อีกทั้งยังเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระงานของบุคคลากรทางแพทย์ทั่วประเทศ กระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลของรัฐบาลด้วย และที่สำคัญลดการเจ็บป่วย สูญเสียชีวิตของประชาชนในอนาคตได้จำนวนมาก ทำให้ประเทศได้กลับมาฟื้นตัวได้ในเวลาอันใกล้

องค์กรใด หรือประชาชนท่านใด มีจิตเป็นกุศลจะร่วมสนับสนุนสั่งซื้อ เพื่อไปมอบให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้รอดพ้นการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 สามารถติดต่อได้ที่ คุณฐิติชญา เจษฏาเดช กรรมการผู้จัดการบริษัท แรมโบ้เฮิร์บจำกัด โทร.092-496-1924 และ 081-498-3999

**ความสุขของชีวิตคือการมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์มีชีวิตที่ยืนยาว ดังสุภาษิตที่ว่า “อโรคยา ปรมาลาภา" ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ****

**รับประทานสมุนไพรกระชายขาวเสริมสร้างภูมิคุ้มกันไวรัสโควิด-19**

**ผลิตภัณฑ์สมุนไพรบริษัท แรมโบ้เฮิร์บ จำกัด มั่นใจหายห่วง ปลอดภัย 100 % มี อย. ถูกต้องตามกฎหมาย**

**แรมโบ้เฮิร์บ ใส่ใจ ดูแล และห่วงใยสังคม**   

วันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2564

Ripped Jeans จากรอยแผลของ “ช้าง” ผ่าน Bad Example x World Animal Protection

Ripped Jeans จากรอยแผลของ ช้าง

ผ่าน Bad Example x World Animal Protection

             เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยกับ ช้าง” รู้จักการแสดงโชว์ช้างผ่านตา หรือพบเห็นการใช้ช้างในกิจกรรมเพื่อความบันเทิงมาบ้าง เราได้เห็นความฉลาด แสนรู้ เชื่อฟังคำสั่งของช้างที่เป็นสัตว์ป่าอย่างไม่น่าเชื่อ คนดูนักท่องเที่ยวได้รับความสุข รอยยิ้ม


          แต่ร็มั้ยว่า ช้าง” ที่เราเห็นในโชว์เป็นแค่ฉากเบื้องหน้า ที่ต้องแลกมากับเบื้องหลังสุดเหี้ยมโหด  ซึ่งช้างต้องถูก ฝึกฝน” อย่างโหดร้ายทารุณมากมาย ในประเทศไทยมีช้างมากกว่า 2,800 เชือก ที่ถูกใช้ในกิจกรรมเพื่อความบันเทิง แต่เบื้องหลังคือการไปจับลูกช้างพรากจากอกแม่ เพื่อนำมาฝึกตั้งแต่ยังเด็ก โดยช้างจะถูกบังคับ กักขัง ถูกขอสับซ้ำๆ ทั้งล่ามโช่ ทำร้าย ใช้งานหนัก ให้แสดงการเคลื่อนไหวในแบบผิดธรรมชาติ โดยไม่ได้มีโอกาสใช้ชีวิตตามวิถีธรรมชาติในแบบที่ควรจะเป็น ทำให้ช้างต้องบาดเจ็บ และทุกข์ทรมาน

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) เป็นองค์กรที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาด้วยความมุ่งมั่นเพื่อการปกป้องคุ้มครองสวัสดิภาพของสัตว์ต่างๆ รวมถึงช้างไทย ได้จัดแคมเปญ  Elephants Not Entertainers เพื่อรณรงค์ไม่ให้ช้างถูกนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมเพื่อความบันเทิง พร้อมปกป้องสิทธิให้ช้าง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และให้ช้างได้ใช้ชีวิตตามวิถีธรรมชาติอย่างที่ควรเป็น

นางสาวโรจนา สังข์ทอง ผู้อำนวยการ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย เผยแนวความคิดผ่านวัตถุประสงค์ของแคมเปญ  Elephants Not Entertainers เพื่อสะท้อนถึงเบื้องหน้าที่งดงาม แต่เบื้องหลังเต็มไปด้วยความโหดร้ายและทารุณ ช้างไม่ใช่นักแสดง เพื่อรณรงค์ให้คนไทยได้เห็นว่า ช้างไม่ใช่เครื่องมือสร้างความบันเทิงของคน ผ่านการสื่อสารภาพเบื้องหน้าของความน่ารักแสนรู้ที่สร้างความสนุกสนานให้กับนักท่องเที่ยว แต่แท้ที่จริงแล้วเต็มไปด้วยเบื้องหลังที่โหดร้ายทารุณแฝงอยู่มากมาย เราอยากเห็นนักท่องเที่ยวเลิกสนับสนุนกิจกรรมที่ทำร้ายช้างด้วยความโหดร้ายทารุณ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เราอยากเห็นช้างเลี้ยงที่มีอยู่ในปัจจุบันได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด และไม่มีการผสมพันธุ์เชิงพาณิชย์อีก อยากเห็นช้างที่เป็นสัตว์ป่า ได้รับการปกป้องในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติของพวกเขา ถ้าคุณรักช้าง คุณต้องช่วยกันปกป้องพวกเขาให้ได้ใช้ชีวิตตามธรรมชาติ

           เพื่อให้คนไทย และนักท่องเที่ยวได้รู้ว่า ช้าง” ต้องเจอกับความเจ็บปวดทรมานอะไรบ้าง World Animal Protection องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก จึงร่วมกับ Bad Example คราฟยีนส์แบรนด์ดังสัญชาติไทย ครีเอทยีนส์คอลเลกชั่นพิเศษ The Entertainer’s Pain Collection รอยแผลบนยีนส์ซึ่งดีไซน์มาจากรอยบาดแผลจริงๆ ที่ช้างถูกทำร้ายจากการฝึก เพราะช้างคือสัตว์ป่า การจะทำให้ช้างเชื่อง และเชื่อฟังคำสั่ง ต้องบังคับด้วยวิธีที่รุนแรง จนเกิดรอยแผลจากขอสับช้าง มีดพร้า แผลเน่าเปื่อยติดเชื้อที่โดนโซ่ล่ามตลอดเวลา ฯลฯ โดยยีนส์ดีไซเนอร์ของแบรนด์ Bad Example ได้พยายามศึกษา รอยแผลต่างๆ บนตัวช้าง และนำอาวุธที่ใช้ทำร้ายช้างจริงๆ มาเป็นอุปกรณ์ในการสร้างรอยแผลบนยีนส์แต่ละตัว ให้ผู้ใส่เห็นถึงรอยที่ใกล้เคียงกับรอยแผลจริงให้มากที่สุด เป็นรอยบาดแผลของความเลวร้าย เพื่อให้ยีนส์สามารถสื่อถึงความเจ็บปวด ทรมานของช้างได้มากที่สุด และนำไปสู่ความเข้าใจและการร่วมกันยุติการใช้งานช้างอย่างโหดร้ายในกิจกรรมเพื่อความบันเทิง

       มาร่วมสนับสนุน The Entertainer’s Pain Collection  ยีนส์คอลเลกชั่นพิเศษนี้ ได้ที่ Bad Example shop, Facebook : Badexamplebkk และร่วมกันหยุดยั้งการใช้ช้างในกิจกรรมเพื่อความบันเทิง ด้วยการหยุดสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่หากินกับช้าง และหยิบยื่นคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมให้ช้าง ด้วยการช่วยกันแชร์ข้อมูลนี้ให้กระจายไปในวงกว้าง พร้อมใส่ #ElephantsNotEntertainers #TheEntertainersPainCollection #WorldAnimalProtection #Badexample ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการดูได้ที่ https://bit.ly/3x02HFG

             เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยกับ ช้าง” รู้จักการแสดงโชว์ช้างผ่านตา หรือพบเห็นการใช้ช้างในกิจกรรมเพื่อความบันเทิงมาบ้าง เราได้เห็นความฉลาด แสนรู้ เชื่อฟังคำสั่งของช้างที่เป็นสัตว์ป่าอย่างไม่น่าเชื่อ คนดูนักท่องเที่ยวได้รับความสุข รอยยิ้ม


          แต่ร็มั้ยว่า ช้าง” ที่เราเห็นในโชว์เป็นแค่ฉากเบื้องหน้า ที่ต้องแลกมากับเบื้องหลังสุดเหี้ยมโหด  ซึ่งช้างต้องถูก ฝึกฝน” อย่างโหดร้ายทารุณมากมาย ในประเทศไทยมีช้างมากกว่า 2,800 เชือก ที่ถูกใช้ในกิจกรรมเพื่อความบันเทิง แต่เบื้องหลังคือการไปจับลูกช้างพรากจากอกแม่ เพื่อนำมาฝึกตั้งแต่ยังเด็ก โดยช้างจะถูกบังคับ กักขัง ถูกขอสับซ้ำๆ ทั้งล่ามโช่ ทำร้าย ใช้งานหนัก ให้แสดงการเคลื่อนไหวในแบบผิดธรรมชาติ โดยไม่ได้มีโอกาสใช้ชีวิตตามวิถีธรรมชาติในแบบที่ควรจะเป็น ทำให้ช้างต้องบาดเจ็บ และทุกข์ทรมาน

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) เป็นองค์กรที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาด้วยความมุ่งมั่นเพื่อการปกป้องคุ้มครองสวัสดิภาพของสัตว์ต่างๆ รวมถึงช้างไทย ได้จัดแคมเปญ  Elephants Not Entertainers เพื่อรณรงค์ไม่ให้ช้างถูกนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมเพื่อความบันเทิง พร้อมปกป้องสิทธิให้ช้าง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และให้ช้างได้ใช้ชีวิตตามวิถีธรรมชาติอย่างที่ควรเป็น

นางสาวโรจนา สังข์ทอง ผู้อำนวยการ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย เผยแนวความคิดผ่านวัตถุประสงค์ของแคมเปญ  Elephants Not Entertainers เพื่อสะท้อนถึงเบื้องหน้าที่งดงาม แต่เบื้องหลังเต็มไปด้วยความโหดร้ายและทารุณ ช้างไม่ใช่นักแสดง เพื่อรณรงค์ให้คนไทยได้เห็นว่า ช้างไม่ใช่เครื่องมือสร้างความบันเทิงของคน ผ่านการสื่อสารภาพเบื้องหน้าของความน่ารักแสนรู้ที่สร้างความสนุกสนานให้กับนักท่องเที่ยว แต่แท้ที่จริงแล้วเต็มไปด้วยเบื้องหลังที่โหดร้ายทารุณแฝงอยู่มากมาย เราอยากเห็นนักท่องเที่ยวเลิกสนับสนุนกิจกรรมที่ทำร้ายช้างด้วยความโหดร้ายทารุณ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เราอยากเห็นช้างเลี้ยงที่มีอยู่ในปัจจุบันได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด และไม่มีการผสมพันธุ์เชิงพาณิชย์อีก อยากเห็นช้างที่เป็นสัตว์ป่า ได้รับการปกป้องในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติของพวกเขา ถ้าคุณรักช้าง คุณต้องช่วยกันปกป้องพวกเขาให้ได้ใช้ชีวิตตามธรรมชาติ

           เพื่อให้คนไทย และนักท่องเที่ยวได้รู้ว่า ช้าง” ต้องเจอกับความเจ็บปวดทรมานอะไรบ้าง World Animal Protection องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก จึงร่วมกับ Bad Example คราฟยีนส์แบรนด์ดังสัญชาติไทย ครีเอทยีนส์คอลเลกชั่นพิเศษ The Entertainer’s Pain Collection รอยแผลบนยีนส์ซึ่งดีไซน์มาจากรอยบาดแผลจริงๆ ที่ช้างถูกทำร้ายจากการฝึก เพราะช้างคือสัตว์ป่า การจะทำให้ช้างเชื่อง และเชื่อฟังคำสั่ง ต้องบังคับด้วยวิธีที่รุนแรง จนเกิดรอยแผลจากขอสับช้าง มีดพร้า แผลเน่าเปื่อยติดเชื้อที่โดนโซ่ล่ามตลอดเวลา ฯลฯ โดยยีนส์ดีไซเนอร์ของแบรนด์ Bad Example ได้พยายามศึกษา รอยแผลต่างๆ บนตัวช้าง และนำอาวุธที่ใช้ทำร้ายช้างจริงๆ มาเป็นอุปกรณ์ในการสร้างรอยแผลบนยีนส์แต่ละตัว ให้ผู้ใส่เห็นถึงรอยที่ใกล้เคียงกับรอยแผลจริงให้มากที่สุด เป็นรอยบาดแผลของความเลวร้าย เพื่อให้ยีนส์สามารถสื่อถึงความเจ็บปวด ทรมานของช้างได้มากที่สุด และนำไปสู่ความเข้าใจและการร่วมกันยุติการใช้งานช้างอย่างโหดร้ายในกิจกรรมเพื่อความบันเทิง

       มาร่วมสนับสนุน The Entertainer’s Pain Collection  ยีนส์คอลเลกชั่นพิเศษนี้ ได้ที่ Bad Example shop, Facebook : Badexamplebkk และร่วมกันหยุดยั้งการใช้ช้างในกิจกรรมเพื่อความบันเทิง ด้วยการหยุดสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่หากินกับช้าง และหยิบยื่นคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมให้ช้าง ด้วยการช่วยกันแชร์ข้อมูลนี้ให้กระจายไปในวงกว้าง พร้อมใส่ #ElephantsNotEntertainers #TheEntertainersPainCollection #WorldAnimalProtection #Badexample ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการดูได้ที่ https://bit.ly/3x02HFG 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 256...