วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2564

พาณิชย์สานฝันคนรุ่นใหม่ ปั้น Design Service Sandbox ชูความคิดสร้างสรรค์ผนวกเทคโนโลยีสร้างธุรกิจใหม่สู่ตลาดสากล

พาณิชย์สานฝันคนรุ่นใหม่ ปั้น Design Service Sandbox  ชูความคิดสร้างสรรค์ผนวกเทคโนโลยีสร้างธุรกิจใหม่สู่ตลาดสากล

        กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดตัวกิจกรรม Design Service Sandbox (สนามทดลองแนวคิดธุรกิจ) ขึ้นเป็นครั้งแรก สานฝันคนรุ่นใหม่ระดมความคิดสร้างสรรค์นำเทคโนโลยี พัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ด้านการพัฒนาศักยภาพทางการตลาดของ SMEs และ Micro SMEs ให้สามารถปรับตัว แสวงหาโอกาส สามารถนำความรู้ด้านการออกแบบและเทคโนโลยีดิจิทัล มาพัฒนาธุรกิจให้เป็นที่ยอมรับในสากล ล่าสุดจัดกิจกรรม Design Service Sandbox : DEMO Day เปิดเวทีให้นักออกแบบนักพัฒนาเทคโนโลยี ดิจิทัล และ SMEs ที่เป็นผู้ประกอบการสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ลงสนามทดลองแนวคิดธุรกิจ (Sandbox) สร้างนวัตกรรมสินค้าและบริการตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ และขยายโอกาสเติบโตสู่ระดับสากล

          หม่อมหลวงคฑาทอง ทองใหญ่ นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ เปิดเผยว่า โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมบริการออกแบบ หรือ Design Service Society 2021 ดำเนินงานโดยสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งในปีนี้ มุ่งเน้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการออกแบบ (Design Service) และนักพัฒนาเทคโนโลยี ผู้ประกอบการ Tech Startup/ SMEs ในคอนเซ็ป “Tech Innovation x Design Creativity” เพื่อดึงศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อผลักดันภาคธุรกิจให้พร้อมรับมือความท้าทายและการแข่งขันในอนาคตของประเทศไทยและในตลาดโลกด้วย Digital Transformation ซึ่งสอดรับกับนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ด้านการพัฒนาศักยภาพทางการตลาดของ SMEs และ Micro SMEs สามารถนำความรู้ด้านการออกแบบและเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจสู่สากล

              โครงการ Design Service Society 2021 มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมบริการออกแบบ หรือ Design Service ให้เป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ ช่วยสนับสนุน ยกระดับ ผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัว เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต โดยกิจกรรมภายใต้โครงการ ประกอบด้วย 

- กิจกรรมสัมมนาส่งเสริมความรู้ด้านการออกแบบเพื่อการพัฒนาธุรกิจ (Webinar) ภายใต้หัวข้อ “The future of business: transformation through design and technology” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2564 ซึ่งกรมได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในวงการมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการออกแบบและเทคโนโลยีอาทิ เช่น เรื่อง Business Transformation by Design / Design Service / Design-Driven Enterprise และ Digital Solution for Business ซึ่งได้รับผลตอบรับดีมาก มีผู้สมัครเข้าร่วมกว่า 600 ราย

- กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการออกแบบและพัฒนาผลงานต้นแบบ “Design Service Sandbox” ในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง นักออกแบบ กับ นักพัฒนาเทคโนโลยี Startup หรือ SMEs ในการขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจใหม่ที่สามารถตอบโจทย์อุตสาหกรรมของประเทศได้ ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากนักออกแบบ นักพัฒนาเทคโนโลยีและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ตลอดการรับสมัครโครงการ โดยกิจกรรมดังกล่าวมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกว่า 200 ราย ซึ่งมีผู้ผ่านคัดเลือกเข้าร่วมทั้งสิ้น 44 ราย โดยผู้เข้าร่วม 44 ราย ได้แบ่งเป็น 10 ทีม เพื่อร่วมกันพัฒนาผลงานต้นแบบตลอดระยะเวลา 1 เดือน ภายใต้ 4 โจทย์หลัก ได้แก่ Thailand: Kitchen of the World (สรรสร้างนวัตกรรมอาหาร บรรจุภัณฑ์ หรือ บริการ ดันครัวไทยสู่ครัวโลก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต), Agricultural Transformation (ปั้นเกษตรอัจฉริยะ ด้วยเทคโนโลยีและดิจิทัล คิดค้น Solution ที่ช่วยยกระดับภาคการเกษตรของไทย ให้มีมูลค่าเพิ่มสู่สากล), Innovation Solutions to for a Renewable-Powered Future (ค้นหาคำตอบ สำหรับแหล่งพลังงานทางเลือก สร้างโอกาส ปั้นธุรกิจ รับมือการเปลี่ยนแปลงในอนาคต) และ Innovation solution for New Normal (คิดค้นนวัตกรรมสินค้าและบริการใหม่ ๆ แก้ปัญหาธุรกิจ คาดการณ์เทรนด์สินค้าในยุค New Normal)

- กิจกรรมแสดงผลงานต้นแบบ “Demo Day” ซึ่งจัดขึ้น เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2564 เพื่อเฟ้นหาสุดยอดไอเดียจากไอเดียของผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะเป็นการนำเสนอผลงานและรับฟังคำแนะนำจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและเอกชน เช่น ผู้บริหารจาก DITP, DEPA, THAI BISPA, SCG Adventure, Banpu และ RISE เป็นต้น จากนั้นกรมจะมีการประชาสัมพันธ์ผลงานต้นแบบให้เป็นที่รู้จัก เพื่อให้เกิดการรับรู้ถึงศักยภาพอุตสาหกรรมบริการออกแบบให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศและสากล โดยกลุ่มผู้ประกอบการและนักพัฒนาเทคโนโลยีสามารถนำความรู้และคำแนะนำไปต่อยอดไอเดียทางธุรกิจในอนาคตได้ รวมถึงมีการผลักดันเหล่านักออกแบบให้สามารถแสดงศักยภาพในเวทีการประกวดระดับนานาชาติ อาทิ DEmark, G-Mark ซึ่งเป็นเวทีประชันฝีมือของบรรดานักออกแบบฝีมือดีและเป็นประตูสู่การแข่งขันในระดับสากลอีกด้วย

          ซึ่งผลงานที่ชนะรางวัล Design Service Sandbox “Demo Day” ในปีนี้ ได้แก่

          รางวัลที่ 1  UPCYDE: แนวคิด Startup ผลิตภัณฑ์รองเท้าจากขยะทางการเกษตร Solution ที่ช่วยแก้ปัญหาขยะทางการเกษตรที่มีปริมาณมาก พร้อมสามารถสร้างมูลค่าเพื่มเติมให้กับขยะทางการเกษตร โดยแปรรูปขยะทางการเกษตร โดยเลือกผลิตรองเท้า (หนังเทียม Vegan Leather) ที่ทำมาจากขยะทางการเกษตร เช่น สับปะรด และ ทุเรียน สนับสนุนให้เกิด Sustainability Society มากยิ่งขึ้น และสนับสนุน circular economy และ waste transformation

       รางวัลที่ 2 Happy meal : นวัตกรรมอาหาร Future Food โปรตีนจาก “ไข่ผำ” ต่อยอดวัตุดิบของไทยจับกระแสอาหาร Plant-based จาก "ไข่ผำ" พืชน้ำในประเทศไทย แหล่งโปรตีนทางเลือกใหม่ของคนรักสุขภาพ อัดแน่นด้วยโภชนาการ ผ่านสินค้าต้นแบบอาทิ Green Pearl Protein Bar หลากหลายรสชาติ

       รางวัลที่ 3 GachaThani : แนวคิด Art Toy และ AR Guide tour ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี จับเทรนด์การเติบโตของ Art Toy มาสร้างโอกาสเพื่อพัฒนา Gallery platform เชื่อมโยง community ของผู้ซื้อ-ผู้ขายในประเทศไทยผ่านเว็บไซต์ ต่อยอดสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าโดยการนำเทคโนโลยี AR ร่วมถึงเกมเข้ามาใช้งานเพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมกับลูกค้า

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมหรือกิจกรรมดี ๆ ของสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้ที่ www.ditp-design.com และwww.facebook.com/DitpValueCreation/


วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อน้ำใจไทย สู้ภัยโควิด-19 มอบถุงยังชีพ ช่วยเหลือศิลปินตลกผ่านสมาคมศิลปินตลก (ประเทศไทย)

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อน้ำใจไทย สู้ภัยโควิด-19 มอบถุงยังชีพ ช่วยเหลือศิลปินตลกผ่านสมาคมศิลปินตลก (ประเทศไทย)

        มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล กรรมการ นายนิพนธ์ ลีละศิธร กรรมการ และนายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการ มอบเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 500 ชุด รวมมูลค่าทั้งสิ้น 175,000 บาท (หนึ่งแสนเจ็ดหมื่นห้าพันบาทถ้วน) เพื่อช่วยเหลือศิลปินตลกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19)  ผ่านสมาคมศิลปินตลก (ประเทศไทย)  โดยมีทีมงานฝ่ายปฏิบัติการ และฝ่ายสังคมสงเคราะห์มูลนิธิฯ  พร้อมด้วย คณะศิลปินตลก นำโดย นายกิตติ ปักษี (โอบะ เสียงเหน่อ) นายกสมาคมศิลปินตลก (ประเทศไทย) เป็นผู้แทนรับมอบ รวมทั้งศิลปินตลก นำโดย นายธวัชชัย คชาอนันต์ (แฮ็ค ชวนชื่น) นายประเวศ น่วมอยู่ (โทน ชวนชื่น) นายเกียรติคุณ วีระพงษ์ประดิษฐ์ (ฝอยทอง เชิญยิ้ม) ร่วมในพิธีรับมอบ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ  เมื่อวันที่24 กันยายน 2564


         นับตั้งแต่เกิดวิกฤตแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ปรับแผนการดำเนินงานการช่วยเหลือประชาชนทั้งด้านบรรเทาสาธารณภัย ด้านสังคมสงเคราะห์ และหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน พร้อมประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือเชิงรุกทั้งในส่วนของประชาชน ชุมชน และบุคลากรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้จัดทีมชุดปฏิบัติการพิเศษโควิด-19 (SCOT) ดำเนินการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) การสนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์เสริมทัพบุคลากรทางการแพทย์สู้ภัยโควิด-19 และการบรรเทาทุกข์ผู้ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมงบประมาณดำเนินการออกช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นับตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบันเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 35 ล้านบาท


ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสารและการปฏิบัติภารกิจของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

#ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง 1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2564

สารวัตรแรมโบ้ร่วมประชุม "มูลนิธิทุนพระพุทธยอดฟ้า" ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมถวายกระชายขาวแรมโบ้ เฮิร์บ ให้ท่านสมเด็จพระมหาธีราจารย์

สารวัตรแรมโบ้ร่วมประชุม "มูลนิธิทุนพระพุทธยอดฟ้า" ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมถวายกระชายขาวแรมโบ้ เฮิร์บ ให้ท่านสมเด็จพระมหาธีราจารย์



               พลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มอบหมายให้ พ.ต.อ.สุรโชค เจษฏาเดช (สารวัตรแรมโบ้) เป้นตัวแทนในการเข้าประชุมสามัญประจำปี 2564 ของ "มูลนิธิทุนพระพุทธยอดฟ้า" ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ ห้องประชุม วพต. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม  (วัดโพธิ์) เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2564 




       พร้อมกันนี้ พ.ต.อ.สุรโชค เจษฏาเดช (สารวัตรแรมโบ้) ยังได้ถวายสมุนไพรกระชายขาวของบริษัท แรมโบ้ เฮิร์บ จำกัด ให้กับพระเถระผู้ใหญ่ที่เข้าร่วมประชุม โดยมีพระเดชพระคุณเจ้า ท่านสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร) เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (อดีตเจ้าอาวาสวัดยานนาวา) เป็นผู้รับมอบ และยังได้มอบให้กับคณะกรรมการมูลนิธิฯ ด้วย เพื่อไว้สร้างภูมิคุ้มกันในการป้องกันไวรัส covid-19 

เริ่มแล้ว กิจกรรมต้นแบบยุค New Normal ททท. เน้นจัดงานวางมาตรการเข้มสูงสุด Thailand SHA SHA SHA : The Memory @ Phuket Krabi PhangNga ตอบโจทย์ความสุขแต่ก็คำนึงถึงการปิดทุกจุดเสี่ยงของการแพร่ระบาด

เริ่มแล้ว กิจกรรมต้นแบบยุค New Normal  ททท. เน้นจัดงานวางมาตรการเข้มสูงสุด Thailand SHA SHA SHA : The Memory @ Phuket Krabi PhangNga ตอบโจทย์ความสุขแต่ก็คำนึงถึงการปิดทุกจุดเสี่ยงของการแพร่ระบาด

              การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตอบโจทย์ฤดูท่องเที่ยว เริ่มขยับด้วยการจัดกิจกรรมที่ตอบโจทย์ประสบการณ์อันทรงคุณค่าน่าประทับใจ (Thailand Festival Experience) ภายใต้มาตรฐานและมาตรการเข้มข้นสูงสุด เพื่อเป็นต้นแบบกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความเคร่งครัดด้านสาธารณสุขซึ่งแน่นอนจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับคนในพื้นที่รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมจะได้ทั้งความสุขและปราศจากความเสี่ยง

        ทั้งนี้ ททท. ก็ขอสงวนสิทธิ์ให้เฉพาะผู้ที่ทำตามมาตรการในการในการเข้าพื้นที่การจัดกิจกรรมสามรถเข้าร่วมได้เท่านั้น

       นอกจากนี้ มีการประเมินภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่โดยหน่วยงานสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด อนึ่ง ททท. พร้อมปรับกิจกรรมตามคำแนะนำของสาธารณสุข เพื่อปิดทุกจุดเสี่ยง แต่ยังคงตอบโจทย์ความสุขและความมั่นใจในการเข้าร่วมงานสูงสุด

      The Memory @ Phuket จะเน้นรูปแบบงานแสงสี Lightup illumination กิจกรรมทางน้ำ sport Tourism ส่วน The Memory @ Krabi, Phang-Nga จะมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสัมผัส ได้แก่ Landmark ถ่ายภาพภายในงาน บูธกิจกรรม DIY กิจกรรมการ “Live” สดส่งเสริมการขายจาก KOLs ที่จะมาประชาสัมพันธ์โปรโมชั่นพิเศษภายในงานนี้กับสินค้าของที่ระลึกท้องถิ่นของชุมชน สินค้าและบริการของผู้ประกอบการที่ได้รับมาตรฐาน SHA พร้อมเพลิดเพลินกับกิจกรรมทางน้ำ การแสดงจากศิลปินในท้องถิ่น และศิลปินที่มีชื่อ การแสดงโชว์ท้องถิ่น ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาสร้างสีสันในทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตลอดระยะเวลาการจัดงาน

       แนวคิดการจัดกิจกรรม Thailand SHA SHA SHA : The Memory @ Phuket Krabi Phang-Nga เป็นไปในรูปแบบ New Normal ที่จะดำเนินการภายใต้มาตรการการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุขและมาตรฐาน SHA อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านได้เกิดความมั่นใจในการมาร่วมงาน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในประเทศ และกลุ่มชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย (Expat) ให้เดินทางไปยังพื้นที่ที่มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทยตามโครงการ Phuket Sandbox สามารถเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดในพื้นที่นำร่องรูปแบบ 7+7  (7+7 Phuket Extension) เป็นการสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวและการดำเนินงานด้านสาธารณสุขของประเทศ รวมถึงเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกทางหนึ่ง 

      สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน ต้อง
ปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการเข้าร่วมงานเป็นไปตามมาตรฐาน SHA อย่างเคร่งครัด    

     สามารถจองคิวเข้าร่วมงานล่วงหน้าผ่าน QR Code ของกิจกรรมแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ เมื่อมาถึงหน้างาน ต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข และหลักฐานการตรวจ RT-PCR หรือ ATK ที่ออกใบรับรองจากสถาบันไม่เกิน 72 ชั่วโมง  หรือถ้าไม่มีผล คนที่จะเข้างานต้องมีการตรวจ ATK หน้างานก่อนเข้า พร้อมแสดงบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตนว่าจองคิวมาแล้ว และลงทะเบียนเข้างานด้วยแอปพลิเคชั่นไทยชนะ รักษามาตรฐาน DMHTTA และ Covid-Free Setting ภายในงานจะกำหนดผู้อยู่ในงานไม่เกิน 300 คน (ความแออัดไม่ต่ำกว่า 1 คน ต่อ 10 ตารางเมตร) 

     ผู้ที่สนในสามารถติดตามหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage : THAILAND SHA SHA SHA The Memory  หรือ โทร 1672 เพื่อนร่วมทาง #ThalandSHASHASHA

วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2564

เตรียมความพร้อมเปิดเมืองสงขลาและด่านชายแดน โดยยึดแนวทางปฏิบัติด้านสาธารณสุขควบคู่กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

เตรียมความพร้อมเปิดเมืองสงขลาและด่านชายแดน โดยยึดแนวทางปฏิบัติด้านสาธารณสุขควบคู่กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

   

                นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางนาที รัชกิจประการ ประธานคณะที่ปรึกษา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี นายอำพล พงษ์สุวรรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ นายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย และนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.). ร่วมกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา สมาคมมัคคุเทศก์ บริษัทนำเที่ยว สมาคมการค้าและการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน ตลอดทั้งผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง กว่า 100 คน ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมด้านการท่องเที่ยว แนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยว ตามแผนการเปิดประเทศของรัฐบาล รวมถึง แนวทางการพัฒนาเมือง การฟื้นฟูเศรษฐกิจ ณ เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที 24 กันยายน 2564

            โดยเอกชนได้มีการนำเสนอแนวคิดการเปิดเมืองสงขลาและด่านชายแดน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเดินทางระหว่างไทย-มาเลเซีย โดยยึดแนวทางปฏิบัติด้านสาธารณสุขควบคู่กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยใช้การท่องเที่ยวและการกีฬาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน ทั้งการนำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ การจัดกิจกรรมสันทนาการ และการแข่งขันกีฬามุ่งสู่ความเป็นเลิศ การขับเคลื่อนกลุ่ม MICE เชิงสุขภาพ สินค้าฮาลาล และการผลักดันการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกสงขลาสำหรับ Cruise Tourism



             การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะร่วมมือกับการกีฬาแห่งประเทศไทย และกรมการท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบูรณาการระหว่างหน่วยงานเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการการท่องเที่ยวให้ผ่านพ้นวิกฤติการณ์ด้านเศรษฐกิจได้โดยเร็ว

#AmazingThaialnd #DannokSandbox #HadyaiSealedRoute #HalalDestination #HadyaiPremium

#CruiseTourism 

#การกีฬาแห่งประเทศไทย 

#กรมการท่องเที่ยว

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2564

3 โรงเรียนชายแดนปลื้ม รับมอบอาคารเรียน จาก โครงการกองทุนการศึกษาโดยวุฒิสภา

3 โรงเรียนชายแดนปลื้ม รับมอบอาคารเรียน จาก โครงการกองทุนการศึกษาโดยวุฒิสภา



       ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในพิธี "วุฒิสภา มอบอาคารเรียนและอุปกรณ์การศึกษาพร้อมด้วย นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา ,พลเอกวรพงษ์ สง่าเนตร และ ส.ว.จิรชัย  มูลทองโร่ย ร่วมมอบอาคารเรียนและอุปกรณ์การศึกษาให้กับโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา 3 แห่ง ประกอบด้วย โรงเรียนบ้านน้ำจวง จ.พิษณุโลกโรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ จ.อุดรธานี และโรงเรียนบ้านลำนางรอง จ.บุรีรัมย์ ภายใต้โครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9



          ในครั้งนี้น้องๆนักเรียนชายแดนต่างรู้สึกขอบคุณในความช่วยเหลือของ วุฒิสภา เป็นอย่างมากที่มีอาคารเรียนใหม่และน้ำดื่มที่สะอาด


"สื่อยุคใหม่ โดย ส.ว.จิรชัย  มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีคนที่ 22 และทีมงาน"

ททท. แถลงผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวยุคดิจิทัล ขับเคลื่อนธุรกิจท่องเที่ยวด้วยนวัตกรรม เพื่อเร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยว

ททท. แถลงผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวยุคดิจิทัล ขับเคลื่อนธุรกิจท่องเที่ยวด้วยนวัตกรรม เพื่อเร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยว

          การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงผลดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวยุคดิจิทัล (Empowering Tech Tourism) โครงการที่ช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการในการใช้เทคโนโลยีเสริมศักยภาพธุรกิจรับยุคดิจิทัล ประเมินผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย เกิดการเจรจาธุรกิจจากความร่วมมือของ 3 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ผู้พัฒนานวัตกรรม และนักลงทุน หมุนเวียนในระบบมากกว่า 170 ครั้ง นับเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่สำคัญในการช่วยกันขับเคลื่อนธุรกิจกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้เดินหน้าต่อไป 

       นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวยุคดิจิทัล หรือ Empowering Tech Tourism” เกิดขึ้นเนื่องจากทาง ททท. เห็นความสำคัญของการปรับตัวของผู้ประกอบการท่องเที่ยวในยุคดิจิทัลที่ทุกธุรกิจต้องพบกับกระแส Digital Disruption รวมถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตแบบปกติใหม่ (New Normal) ดังนั้นผู้ประกอบการท่องเที่ยวจึงต้องอาศัยนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยในการทำธุรกิจ จึงเกิดแนวคิดในการรวบรวมนวัตกรรมที่เหมาะสมมาไว้ในแพล็ตฟอร์ม เพื่อให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวมีศูนย์รวมในการเลือกนวัตกรรมที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน โดยสามารถดำเนินการนัดหมายเจรจาธุรกิจแบบออนไลน์พร้อมในที่เดียว ซึ่งจากการดำเนินโครงการฯที่ผ่านมา ตั้งแต่พฤษภาคม ถึง กันยายน 2564 มีผู้เข้าใช้แพล็ตฟอร์ม www.empoweringtechtourism.com กว่า 26,000 ครั้ง เป็นสมาชิกในระบบประมาณ 1,800 ราย นวัตกรรมลงทะเบียนในระบบ 190 ราย ผู้ประกอบการลงทะเบียนในระบบ 158 ราย และมีนักลงทุนและหน่วยงานสนับสนุนจำนวน 38 ราย

         ในส่วนของการจัดงาน มีการเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานเป็นแบบ Virtual Event เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้เราต้องเว้นระยะห่างทางสังคม ซึ่งได้จัดขึ้นในวันที่ 6-15 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา โดยทั้ง 10 วัน เรามีกิจกรรมสัมมนาออนไลน์จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ และผู้ประกอบการชั้นนำในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากกว่า 50 ท่าน ทั้งจากภาคโรงแรมและที่พัก ร้านอาหาร ธุรกิจนำเที่ยว สปาและอื่นๆ ร่วมแบ่งปันประสบการณ์แนวทางการเตรียมพร้อมของผู้ประกอบการที่นำนวัตกรรมดิจิทัลไปใช้แล้วเกิดประโยชน์ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้เข้าร่วมชมงานมากกว่า 15,000 ครั้ง อีกทั้งตลอดโครงการฯเกิดการนัดหมายเจรจาธุรกิจกว่า 170 ครั้ง นับว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจสำหรับโครงการฯนี้ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการดำเนินโครงการฯ

          นอกเหนือจากการจัดงาน Virtual Event แล้ว แพล็ตฟอร์มของโครงการฯที่พัฒนาขึ้น จะยังคงอยู่ต่อไปเป็นเวลา 1 ปี ดังนั้นผู้ประกอบการยังสามารถเข้ามาเลือกชมนวัตกรรมที่น่าสนใจ และยังสามารถเจรจาพูดคุยกับผู้พัฒนานวัตกรรมได้ รวมถึงยังสามารถชมการสัมมนาย้อนหลังได้อีกด้วย

         โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวยุคดิจิทัล Empowering Tech Tourism จึงนับเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ผู้พัฒนาด้านนวัตกรรม และนักลงทุนที่จะช่วยกันเสริมศักยภาพของการท่องเที่ยวไทยให้ก้าวไกลในยุคดิจิทัล โดยการพัฒนา Digital Platform ภายใต้ชื่อ www.empoweringtechtourism.com รวบรวมผู้พัฒนานวัตกรรมด้านการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านนวัตกรรมของผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว

         ทาง ททท. ต้องขอขอบคุณทุก ๆ หน่วยงานที่สนับสนุน ประกอบด้วย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA), สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสมาคมท่องเที่ยวต่าง ๆ, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai), กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TEDFund), กลุ่มธนาคาร อาทิ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank), ธนาคารกรุงเทพ รวมถึงนักลงทุนจากสมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน นักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนส่วนบุคคล ที่ให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยให้ก้าวไปสู่ยุคดิจิทัลในครั้งนี้

       ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมแพล็ตฟอร์มของโครงการได้ที่ www.empoweringtechtourism.com  และ www.facebook.com/empoweringtechtourism   


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 256...