วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

VirX สเปรย์พ่นจมูก ป้องกันและยับยั้งการติดเชื้อไวรัส มีความปลอดภัยสูงสุด มีจำหน่ายแล้ว

 VirX สเปรย์พ่นจมูก ป้องกันและยับยั้งการติดเชื้อไวรัส มีความปลอดภัยสูงสุด มีจำหน่ายแล้ว

ในปัจจุบัน เนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ไวรัสเกิดใหม่หลายสายพันธุ์และสายพันธุ์ย่อย เช่น Alpha, Beta, Delta, Omicron และ BA.2 สายพันธุ์ย่อย (sublineages) เป็นต้น การฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 และเข็มกระตุ้นยังคงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดความรุนแรงและอัตราการเสียชีวิต แต่อาจไม่สามารถลดอัตราการติดเชื้อ COVID-19 ได้ การแพร่กระจายของสายพันธุ์ใหม่ สถิติผู้ติดเชื้อ COVID-19 มากกว่า 480 ล้านคนทั่วโลก และรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวัน กว่าสองหมื่นคน การระบาดในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 จนถึงปัจจุบัน ยังคงมีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 26,700 รายต่อวัน และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 รายต่อวัน พบว่าคนส่วนใหญ่ติดเชื้อ B.1.1.529 หรือ Omicron พบว่าสายย่อยของ Omicron นั้นติดต่อได้ง่ายมาก แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และดื้อต่อระบบภูมิคุ้มกัน โดยที่ผู้ป่วยที่ได้รับวัคซีนครบโดสและได้รับการกระตุ้นครั้งที่ 4 ยังคงติดเชื้ออยู่

ไนตริกออกไซด์ (NO) เป็นก๊าซที่ผลิตขึ้นเองตามธรรมชาติจากหลอดเลือด เป็นสารสื่อประสาทที่กระตุ้นระบบอัตโนมัติ ลดการหดตัวของหลอดเลือด ขยายหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ขยายถุงลม และลดภาวะขาดออกซิเจน นอกจากนี้ ไนตริกออกไซด์ (NO) ยังยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส ยับยั้งการแบ่งตัวของ SARS-CoV-2 ลดการอักเสบ และเร่งการสมานแผล สำหรับไนตริกออกไซด์แบบสูดดม (iNO) ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูงในปอด ปอดบวมน้ำ อาการหายใจลำบาก และอาการตัวเขียวของทารกแรกเกิด เป็นต้น เนื่องจากความสามารถของไนตริกออกไซด์ในการฆ่าเชื้อไวรัส (virucidal) โดยการทำลาย S-โปรตีนและทำลายโปรตีเอสของไวรัส ทำให้รูปร่างเปลี่ยนแปลงไปทำให้ไม่สามารถจับกับตัวรับเซลล์ในเซลล์ของมนุษย์และเข้าสู่เซลล์ของร่างกาย ทำให้ไม่สามรถขยายตัวด้วยการแบ่งตัวได้

การศึกษาวิจัยโดย Winchester และคณะนักวิจัย ระบุว่าผู้เข้าร่วม 80 ราย ที่ติดเชื้อโควิด-19 เพียงเล็กน้อย พบว่าการใช้สเปรย์ฉีดจมูกแบบผสม Hypromellose และ Nitric Oxide (HPM plus NO; หรือ NONS) ต่อเนื่องอย่างน้อย 5-6 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 8 วันการรักษา สามารถลดปริมาณไวรัส อาการดีขึ้น และลดระยะเวลาการติดเชื้อเมื่อเทียบกับยาหลอก Hypromellose สร้างฟิล์มเจลที่ช่วยเป็นตัวแทนนำส่งยา การฉีดพ่นไฮโปรเมลโลสจะเคลือบเยื่อเมือกในโพรงจมูกเพื่อเป็นการป้องกันทางกลไก ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจาย (ป้องกันการเคลื่อนตัว) และกรดซิตริกในสเปรย์ยับยั้งการแพร่กระจายของไวรัสและช่วยปล่อยไนตริกออกไซด์ ปริมาณไนตริกออกไซด์ที่ปล่อยออกมามีประสิทธิภาพในการยับยั้งการติดเชื้อไวรัสและปลอดภัยมาก ผลกระทบเดียวที่พบคือรู้สึกแสบเล็กน้อยเพียงวินาทีเดียวเท่านั้น  ไม่มีผลข้างเคียงที่มีนัยสำคัญหรือไม่พบผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

Nitric Oxide Nasal Spray + Hypromellose (NONS) เพื่อป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 ในบุคคลที่สัมผัสความเสี่ยงสูง การศึกษาย้อนหลัง (เปรียบเทียบ) ในการตั้งค่าทางคลินิก (การควบคุมการแพร่ระบาด) ที่แท้จริง NO plus HPM หรือที่เรียกว่า “NONS” (VirXTM) ได้รับการรับรองในประเทศไทยว่าเป็น เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อไวรัสผ่านเยื่อบุโพรงจมูก  ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไป มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ประสบกับการแพร่ระบาดของโรคในหมู่นักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัย เนื่องจากการกลับมาเรียนในวิทยาเขตองครักษ์อีกครั้ง  โรงพยาบาล ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คณะแพทยศาสตร์ร่วมกับมหาวิทยาลัยและคณะอื่น ๆ ในวิทยาเขตได้จัดทำแผน 'การทดสอบและติดตามเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด  บุคคลที่ใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงสูงจะถูกแยกออกในอาคารที่จัดตั้งขึ้นใหม่พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องเดี่ยวเป็นเวลา 7 วัน โดยที่ตรวจ ATK ในวันที่ 57และ 10 ก่อนกลับมาทำงาน/เรียน  ขวดสเปรย์พ่นจมูก NONS (VirX) ถูกบริจาคโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายให้กับมหาวิทยาลัย และได้รับการอนุมัติให้ใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อในหมู่นักศึกษาและเจ้าหน้าที่  บุคคลที่ใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงสูงได้รับแจ้งและเสนอให้ใช้โดยสมัครใจ  บุคคลที่ใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงสูงคือบุคคลที่ได้ติดต่อโดยตรงกับผู้ป่วย Covid-19 ที่ได้รับการยืนยัน ภายในระยะ 2 เมตรมากกว่า 5 นาทีโดยไม่สวมหน้ากาก ปกติแล้วจะเป็นเพื่อนร่วมห้องในหอพัก เพื่อนร่วมชั้น หรือเพื่อนร่วมทีมกีฬา  ผู้ตรวจสอบทำการวิเคราะห์ข้อมูลของนักศึกษามหาวิทยาลัย 1,039 คนที่รายงานว่าพวกเขาติดต่อใกล้ชิดกับผู้ป่วย COVID-19 ที่ได้รับการยืนยันทั้งที่อาคารกักกันแห่งใหม่และที่ที่พักของตนเอง  ในกลุ่มนี้  199 ราย ได้รับการยกเว้นเนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำ ขณะที่ 215 รายได้รับการยกเว้นเนื่องจากผลบวกจากชุดทดสอบ COVID-19 Antigen หรือ ATK ภายใน 24 ชั่วโมง  ดังนั้น จากอาสาสมัคร 625 คนในการประเมิน มี 203 รายที่ใช้ไนตริกออกไซด์พ่นจมูก (VirXTM) อย่างน้อย 4 ครั้งต่อวัน และอาสาสมัคร 422 รายไม่ได้ใช้ NONS อาสาสมัครทั้งหมดได้รับการทดสอบด้วย ATK ในวันที่ 5 และ 10 มีบันทึกอาการประจำวันเป็นส่วนหนึ่งของแบบสอบถาม ผลการศึกษาพบว่า จากผู้ป่วย 203 รายที่ใช้ NONS, 190 รายมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ และตรวจพบว่าติดเชื้อ 13 ราย คิดเป็นร้อยละ 6.4  และจากทั้งหมด 422 รายในกลุ่มควบคุม พบว่ามี 108 รายให้ผลเป็นบวกจากการตรวจ ATK และ จำนวน 314 รายให้ผลเป็นลบ อัตราการติดเชื้อเท่ากับร้อยละ 25.59 ที่ระดับที่เชื่อถือได้ของ p<0.0001 (ดูตารางที่ 1) โดยมีอัตราการติดเชื้อแยกจากกลุ่ม/คณะที่แยกได้ 6 กลุ่ม (ตารางที่ 2)

ผู้เข้าร่วม 70 คนจาก 203 คนที่ใช้ VirXTM (NONS) ตอบแบบสอบถามหรือ 34 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีรายงานภาวะแทรกซ้อนซึ่งคิดเป็น 85.7%11.4% มีอาการไม่พึงประสงค์เล็กน้อยจากอาการแสบร้อน/ระคายเคืองจมูก และ 2.9% ไม่แน่ใจว่ามีอาการของเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ใดๆ มีอาสาสมัคร 2 คนที่ต้องไปพบแพทย์ สาเหตุหนึ่งเกิดจากแผลในกระเพาะอาหารในกลุ่มบำบัด NONS อาสาสมัครอีกคนหนึ่งจากกลุ่มควบคุมที่ไม่ใช่ NONS พบว่ามีไข้ มีอาการแน่นหน้าอกและหายใจลำบาก เมื่อติดตามผลด้วยการเอ็กซ์เรย์ทรวงอกและประเมินระดับออกซิเจนในร่างกาย พบว่าทั้งหมดเป็นปกติ


การศึกษาย้อนหลังนี้ให้หลักฐานเชิงสังเกตการที่ดีเยี่ยมเกี่ยวกับลักษณะการป้องกันของ VirXTM (NONS) ในสภาพแวดล้อมจริง การศึกษานี้มีบทบาทสำคัญว่า NONS เป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกัน การแพร่กระจาย และการติดต่อของเชื้อ COVID-19

สเปรย์พ่นจมูก VirX ป้องกันและยับยั้งการติดเชื้อไวรัส มีความปลอดภัยสูงสุด มีจำหน่ายแล้วที่โรงพยาบาลเมดพาร์ค ถนนพระราม ร้านขายยา เอ็กซ์เทนชั่น เดอะพาร์ค ถนนพระราม โรงพยาบาลพริ้นสุวรรณภูมิ โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์ โรงพยาบาลรามคําแหง สยามดิสคัฟเวอรี่ ร้านค้ายา เซฟดรัก ในเครือ DBMS ร้านขายยา เฮ็ลธตี้ช้อยซ์โดย รพ สมิตติเวช ร้านขายยา เฮ็ลธตี้แม็กซ์ Boot Watson ร้านขายยา ซี.เอส.วี. เมดิซีน และร้านขายยาฟาสซิโน

 

ทีเส็บเชิญชมนิทรรศการ “ภูมิไทยเส้นทางทรงคุณค่าของอุตสาหกรรมไมซ์” เปิดประวัติศาสตร์ไมซ์เครื่องมือสร้างชาติกว่าสองร้อยปี

ทีเส็บเชิญชมนิทรรศการ ภูมิไทยเส้นทางทรงคุณค่าของอุตสาหกรรมไมซ์” เปิดประวัติศาสตร์ไมซ์เครื่องมือสร้างชาติกว่าสองร้อยปี

               สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ และมูลนิธิส่งเสริมการจัดประชุม ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยและผู้สนใจทุกท่านเข้าชมนิทรรศการ ภูมิไทยเส้นทางทรงคุณค่าของอุตสาหกรรมไมซ์ร่วมศึกษา ซึมซับ ตระหนักรู้ถึงคุณค่าและความสำคัญของอุตสาหกรรมไมซ์ไทยต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 เมษายน 2565 ณ ห้องเอนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

                โดยในงานได้มีพิธีมอบทุนการศึกษาจากมูลนิธิส่งเสริมการจัดประชุม เพื่อเพิ่มโอกาสด้านการศึกษาระดับปริญญาตรีให้แก่นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยรัฐ ที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และเป็นการสร้างบุคลากรในอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศ ซึ่งทุนการศึกษาดังกล่าวเป็นทุนให้เปล่าทุนละ 30,000 บาทต่อปี ในปีนี้มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด-การจัดนิทรรศการและการตลาดเชิงกิจกรรม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะวิทยาการจัดการ สาขาการจัดการไมซ์ และโครงการจัดตั้งวิทยาเขตสุพรรณบุรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโรงแรมและท่องเที่ยว เป็นผู้ได้รับทุนจำนวน 3 ราย

การจัดแสดงนิทรรศการ ภูมิไทยเส้นทางทรงคุณค่าของอุตสาหกรรมไมซ์แบ่งออกเป็น 3 โซน เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เห็นถึงความเป็นมา และเข้าใจในบทบาทของอุตสาหกรรมไมซ์ หรืออุตสาหกรรมการจัดประชุมสัมมนาและงานแสดงสินค้า ว่ามีความสำคัญและเป็นเครื่องมือในการสร้างชาติในด้านต่างๆ ได้อย่างไรบ้าง

โซนที่ 1 แรกก้าว ฟื้นฟูแผ่นดินก้าวย่างสู่สากล นำเสนอบทบาทของไมซ์หรือการจัดงาน ในทุกช่วงหน้าประวัติศาสตร์ไทย เริ่มต้นจาก การประชุมเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ อันนำมาซึ่งความสำเร็จ และการแก้ไขปัญหาในด้านต่าง ๆ ของประเทศ มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดงานไมซ์ไปตามยุคสมัย เพื่อสร้างชาติและนำพาไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากล โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนไมซ์ไทย

โซนที่ 2 ก้าวแกร่ง นำแรงใจเป็นพลังเพื่อเติบโต นำเสนอบทสัมภาษณ์ที่น่าสนใจของกลุ่มผู้บุกเบิกและผู้ก่อร่างอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศไทยที่ไม่ยอมแพ้กับสถานการณ์ต่าง ๆ การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การทำงานเพื่อเดินหน้าฝ่าวิกฤตที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา และร่วมกันสนับสนุน ส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในทุกสถานการณ์จนถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นข้อคิดในการทำงาน และเสริมสร้างกำลังใจให้ผู้ประกอบการไมซ์ไทย

โซนที่ 3 ก้าวใหม่ ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ นำเสนอเรื่องราวและกิจกรรมของทีเส็บที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการนำอุตสาหกรรมไมซ์มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กระจายรายได้ รวมถึงสร้างภาพลักษณ์อันดีให้กับประเทศตลอดมา

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการได้ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน ถึง 5 พฤษภาคม 2565 ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 อาคารหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เวลา 10.00 - 19.00 น. (หยุดวันจันทร์)

 

วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2565

นกแอร์ สธทท. และ ททท. รับประกันเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ – เบตง 29 เมษายน 2565 บินแน่นอน

นกแอร์ สธทท. และ ททท. รับประกันเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ – เบตง   29 เมษายน 2565 บินแน่นอน


เบตง เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลา ใต้สุดแดนสยาม ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน มี จุดชมทะเลหมอกสวยงามหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นจุดชมทะเลหมอก 360องศา ที่สกายวอล์ค อัยเยอร์เวง ที่กำลังนิยมมากที่สุดในขณะนี้ จุดชมทะเลหมอกยอดเขาฆูนุงซิลิปัต ทะเลหมอกไต๋ต๋ง และทะเลหมอกสองแผ่นดินบ้านกาแป๊ะฮูลู และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกมากมาย ได้แก่ สวนหมื่นบุปผาหรือสวนไม้ดอกเมืองหนาว บ่อน้ำร้อนเบตง อุโมงปิยะมิตร  ต้นไม้พันปี ป่าฮาลาบาลาหรืออเมซอนแห่งเอเชีย อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ หอนาฬิกา ตู้ไปรษณ๊ย์ที่ใหญ่ที่สุด พระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ วัดพุทธาธิวาส (วัดเบตง) รวมทั้งมีอาหารอร่อยที่ให้ลิ้มลองมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไก่เบตง ผักน้ำ เคาหยก ปลานิลน้ำไหล ปลากือเลาะหรือปลาพลวงสีชมพู นอกจากนี้ยังมีผลไม้ เช่น ส้มโชกุน ทุเรียน ลองกอง เป็นต้น



หลังจากที่ได้มีการบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างสายการบินนกแอร์ กับ สมาคมสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) บริษัท แตงโมทัวร์ จำกัด และบริษัท ซี.ซี.ที. กรุ๊ป เพื่อฟื้นเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-เบตง (ยะลา) อีกครั้งในรูปแบบเช่าเหมาลำ หรือ ชาร์เตอร์ไฟล์ต โดยมีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นผู้สนับสนุน เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา                          




วันที่ 11 เมษายน 2565 ณ ห้องประชุม Humming Bird 1 บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน)ได้มีการแถลงข่าวความพร้อมในการเปิดเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ – เบตง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยมีนายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายธีรพล โชติชนาภิบาล ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) นายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) นายวิชิต ประกอบโกศล ประธานบริษัท ซี.ซี.ที. เอ็กซ์เพรส จำกัด และนายธนพล ชีวรัตนพร ประธานบริษัท แตงโมทัวร์ คุณภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.  และพลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) โดยมีแขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณสรพงศ์  ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม  พลตรี ฐิตวัชร์ เสถียรทิพย์ หัวน้าศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี คุณจาตุรนต์ ภักดีวานิช รองอธิบดีกรมท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ ประธานภาค สธทท. และคุณโสดารินทร์ ธนเนืองโรจน์ รองประธานภาค สธทท.  ท่ามกลางสื่อมวลชนร่วมงานจำนวนมาก

 นายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) กล่าวว่า สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย มีบทบาทสำคัญในเรื่องการทำตลาดให้บรรลุถึงเป้าหมาย ก็ไม่มีความเป็นห่วงอะไร โดยก่อนที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางไปเบตง ทาง สธทท. ก็จะมีการพบปะกับกลุ่มผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ว่า การเปิดเส้นทางท่องเที่ยวครั้งนี้เป็นมิติที่เป็นเชิงบวก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ทางพื้นที่ก็ต้องตระหนักเรื่องการทำการท่องเที่ยวในครั้งนี้ “ทำให้เป็นเมืองน่าเที่ยว อย่าให้เป็นเมืองถูกเที่ยว” ต้องทำให้เกิดการท่องเที่ยวให้ได้ ทำยังไงให้เกิดความประทับใจในคุณภาพและการบริการ รวมทั้งเรื่องของความปลอดภัย นักท่องเที่ยวจะได้หวนกลับมาท่องเที่ยวอีก

ด้าน ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ ประธานภาค สธทท. กล่าวเสริมว่า จริงๆ แล้วถือว่าเป็นความร่วมมือที่ดีสำหรับโครงการนี้ และถือเป็นการเริ่มต้นของเส้นทางที่จะบินในช่วง 3 เดือนแรกก่อน แล้วก็จะมีในเรื่องของการเพิ่มวันเวลาที่อาจจะมีมากขึ้น ถ้าเกิดได้รับความสนใจของนักท่องเที่ยวอย่างล้นหลาม อย่างที่ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. บอกว่า “เป็นคนไทยต้องไปเที่ยวยะลา” แล้วก็สิ่งสำคัญพวกเราในฐานะสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทยก็อยากทำความร่วมมือกับทุกสมาคมในธุรกิจการท่องเที่ยวร่วมกัน ช่วยกันผลัดดันส่งเสริมการตลาดการเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้ ซึ่งคิดว่าในเส้นทางนี้มีหลายๆ เส้นทางเป็นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก และยังเป็นของดีที่ทางสมาคมท่องเที่ยวต่างๆ สามารถนำแพ็คเกจนี้ไปขายกันได้ โดยแพ็คเกจมีทั้ง 3 วัน 2 คืน ราคา 9,900 บาท ออกทุกวันศุกร์กลับวันอาทิตย์ และ วันอาทิตย์กลับวันอังคาร เริ่มไฟท์แรกวันที่ 29 เมษายน 2565 และ แพ็คเกจ 4 วัน 3 คืน ราคา 10,900 บาท เริ่มไฟท์แรกวันที่ 3 พฤษภาคม 2565 สนใจก็สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 081-251-2207, 085-065-8144, 062-669-6441 หรือ Call Center 1318 www.nokair.com

ส่วน นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความพร้อมในการเปิดเส้นทางบินกรุงเทพฯ-เบตง ในวันที่ 29 เมษายน 2565 นี้ โดยขอจำแนกเป็นหลายๆ ด้าน คือ ด้านความพร้อมการขอใบอนุญาตการเปิดเส้นทางบินเส้นทางต่างๆ จากสำนักงานการบิน ทางสายการบินนกแอร์ได้ทำการขออนุญาตไปในหลายเส้นทางแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางดอนเมือง-เบตง หาดใหญ่-เบตง ภูเก็ต-เบตง เป็นต้น และเราก็ได้ใบอนุญาตมาเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าในส่วนของเฟสแรก เราก็จะทำการบินจากสนามบินดอนเมือง-เบตงก่อน ส่วนในจังหวัดอื่นๆ ที่จะเชื่อมเบตงนั้นจะเป็นเฟสต่อมา นอกจากนี้แล้วเราเองก็ยังมีแผนที่เชื่อมเหนือสุด ใต้สุด ไม่ว่าจะเป็นการบินจากเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แม่ฮ่องสอนไปลงเชียงใหม่ เชียงใหม่ไปลงโคราช โคราชมาหาดใหญ่ หาดใหญ่เข้าเบตง ต่างๆ ล้วนอยู่ในไกด์รายที่ทางสายการบินนกแอร์กำลังศึกษาพิจารณา และจะต้องดำเนินการตรงนี้ให้สำเร็จให้ได้ และด้านความพร้อมทางโอเพอร์เรทเส้นทางดอนเมือง-เบตง ที่มีการจับมือกับภาคเอกชน สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยว ในการที่จะทำตลาดต่างๆ ร่วมกัน ทำการสำรองที่นั่ง แคมเปญต่างๆ ก็เพื่อให้นกแอร์ได้บินได้ตลอดภายใต้การเซ็นสัญญา 3 เดือน อันนี้ก็คือหลักๆ ที่นกแอร์เตรียมพร้อมอยู่

และ คุณภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ ททท. กล่าวว่า ในเรื่องของการเปิดเส้นทางบินของสายการบินนกแอร์ เส้นทางกรุงเทพฯ-เบตงในครั้งนี้ จะเปิดให้บริการสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน ได้แก่ วันอังคาร ศุกร์ และอาทิตย์ โดยตอนนี้นักท่องเที่ยวสามารถจะเดินทางได้ในรูปแบบของแพ็คเกจทัวร์ เป็นแพ็คเกจทัวร์ที่เกิดจากความร่วมมือของสายการบินนกแอร์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และบริษัทนำเที่ยว เป็นแพคเก็จที่ชื่อว่า “เบตง หร่อยแรง แล่งใต้ สไตล์นกแอร์” ในการเดินทางไปยังเบตง แต่ก่อนถ้านักท่องเที่ยวเดินทางต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน ตอนนี้ถ้าบินตรงไปเบตงแล้วนี่ จะสามารถเข้าไปสัมผัสประสบการณ์แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของเบตงมากขึ้น คนไทยตอนนี้อาจจะรู้จักเบตงเพียงแค่สกายวอร์คอัยเยอร์เวงที่มีทะเลหมอกที่สวยงาม แต่จริงแล้วเบตงยังมีอีกหลายอย่างให้ได้สัมผัสประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นชุมชนท่องเที่ยวของหมู่บ้านจุฬาภรณ์ ที่ยังมีการบริหารจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ได้เข้าทำกิจกรรม มีต้นไม้อายุหลายร้อยปีที่สูงใหญ่มาก สัมผัสธรรมชาติ รวมถึงอาหารการกิน ไม่ว่าจะเป็นไก่เบตง ปลานิลสายน้ำไหล เคาหยก อาหารวัฒนธรรมจีน จริงๆ แล้วเบตงเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรมที่อยู่ภายใต้พื้นที่เดียวกัน ถ้าไปแล้วก็อยากให้ไปสัมผัสดอกไม้เมืองหนาว และที่จังหวัดยะลาก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย ก็ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่อยากไปเที่ยวทางชายแดนของประเทศไทยได้ไปสัมผัสที่เบตงในแพ็คเกจ “เบตง หร่อยแรง แล่งใต้ สไตล์นกแอร์

 

 

 

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก คว้ารางวัลศูนย์ทันต กรรมยอดเยี่ยมในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก 2 ปี ซ้อน

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก คว้ารางวัลศูนย์ทันต

กรรมยอดเยี่ยมในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก 2 ปี

ซ้อน

ประเทศไทยนอกจากเป็นที่ยอมรับในการเป็นฮับของการดูแลสุขภาพในระดับสากลแล้ว ทางด้านทันตกรรมก็ยืนหนึ่งไม่แพ้กัน อย่างที่ คลินิกทันตกรรม บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (Dental Wellness Clinic, BDMS Wellness Clinic) ที่ได้รางวัล Dental Medical Centre of the Year in  the Asia Pacific 2021 โดยได้รับรางวัลดังกล่าวสองปีซ้อนจาก Global Health Asia - Pacific นิตยสารชั้นนำด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสุขภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลินิกทันตกรรม บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก ยังคงรองรับผู้รับบริการอย่างต่อเนื่อง เพราะนโยบายที่ถือเอาคนไข้เป็นศูนย์กลาง โดยสถานที่และวัสดุอุปกรณ์ทุกชิ้นต้องสะอาด ปลอดภัย ตั้งแต่ระบบน้ำที่ใช้ระบบอาร์โอ ห้องทันตกรรมทุกห้องมีระบบฟอกอากาศ มีการฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวีก่อนรับคนไข้รายต่อไป เป็นต้น สร้างความปลอดภัยทั้งกับผู้รับบริการ ทันตแพทย์ และสิ่งแวดล้อม ให้มั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานทุกครั้งที่ก้าวเข้ามาใช้บริการ

ทันตกรรมเชิงป้องกัน” เพื่อฟันที่ดีมีคุณภาพระยะยาว

                ทพญ.วลัยลักษณ์ เกียรติธนากร ผู้อำนวยการคลินิกทันตกรรม บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก กล่าวว่า คลินิกแห่งนี้เป็นคลินิกทันตกรรมเชิงป้องกัน (Preventive Dentistry) ดูแลทั้งคนไข้ที่มีปัญหาและไม่มีปัญหาสุขภาพฟันแบบองค์รวม โดยทันตแพทย์เฉพาะสาขาเพื่อช่วยให้การเคี้ยวอาหารเป็นไปอย่างมีคุณภาพ ทำให้สุขภาพกายดีควบคู่กัน อีกทั้งยังเน้นเรื่องความสวยงาม เพราะการมีฟันสวย มีรอยยิ้มที่สวยงามและเหมาะกับใบหน้าของแต่ละคน จะทำให้มั่นใจมากขึ้น โดยมีเป้าหมายกระตุ้นให้ทุกคนหันมาดูแลตนเองก่อนเพื่อจะมีสุขภาพที่ดี มีชีวิตที่ยืนยาวภายใต้แนวคิด Live Longer Healthier and Happier

ที่คลินิกไม่ได้รักษาโรคฟันอย่างเดียว แต่ดูแลให้ฟันมีสุขภาพที่ดีด้วย อยากให้ทุกคนเข้ามาตรวจมาปรึกษาเพื่อให้มีสุขภาพฟันที่ดี ที่นี่จะเน้นการตรวจและวางแผนรักษาแบบ Personalized เฉพาะบุคคล เพราะแต่ละคนมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน บางคนชอบกินของหวาน บางคนชอบกินของเปรี้ยว เหล่านี้ล้วนมีผลต่อฟันทั้งสิ้น หรือคนไข้ที่มีโรค เช่น นอนกรน เราจะรักษาโรคให้มีความนิ่งแล้วจึงวางแผนการดูแลฟันให้มีความเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

ทันตกรรมดิจิทัลแบบครบวงจร

จุดเด่นของคลินิกทันตกรรม บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก คือเป็นคลินิกทันตกรรมดิจิทัล ที่ครบครันด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตั้งแต่ Intra - Oral camera ถ่ายภาพในช่องปาก Intra – Oral Scanner สแกนภาพเป็น 3 มิติ เพื่อตรวจหาที่มาของปัญหาในช่องปาก แสดงให้กับคนไข้เพื่อการสื่อสารอย่างชัดเจน การใช้ Cad/Cam Technology เช่น ในกรณีของการทำ ครอบฟัน” (Crown) ออกแบบการรักษาผ่านจอคอมพิวเตอร์ ให้คนไข้ได้เห็นภาพของฟันและรอยยิ้มทั้ง ก่อน” และ หลัง” เพื่อตัดสินสิ่งที่ดีที่สุดกับตนเองก่อนดำเนินการจริง โดยใช้เวลาตลอดทั้งกระบวนการภายในวันเดียวเรียกว่า วันเดย์ โซลูชัน” (One - Day Solution) ากเดิมใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์

หรือกรณีของการทำ รากฟันเทียม” (implants)  เพื่อให้ทุกอย่างพอดีและลงตัวที่สุด จะใช้เครื่อง Dental CT Scan ที่สแกนโครงสร้างภายในปากและภาพจากเครื่อง Intra - Oral Scanner มาซ้อนทับ วางแผนออกแบบบนคอมพิวเตอร์ และพริ้นต์ออกมาเป็นไกด์ไปวางในปากเพื่อกำหนดปักรากเทียมบนขากรรไกรได้ตรงจุด รวมทั้งในการจัดฟันแบบใส (Invisalign) ที่มีการทำ Clinical Check ให้คนไข้เห็นกระบวนการจัดฟันตั้งแต่ในสัปดาห์แรกจนเสร็จสิ้นทีละขั้นตอน เพราะการจัดฟันไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่ต้องตอบโจทย์ทั้งสามปัจจัยคือ การบดเคี้ยวที่ไม่ราบเรียบ ความสะอาด และความสวยงาม ทำให้คนไข้ยิ้มได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

สมายดีไซน์ ออกแบบรอยยิ้มสวยที่สุดในแบบของคุณ

เพราะ รอยยิ้ม” ไม่ได้หมายถึงความสวยงามเพียงอย่างเดียว การยิ้มอย่างมั่นใจยังสร้างบุคลิกภาพที่ดี ด้วยวิสัยทัศน์ที่ว่า รอยยิ้มของคุณคือความสุขของเรา” (Your Smile is Our Passion) คลินิกทันตกรรม บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก ให้ความสำคัญเรื่องของ สมาย ดีไซน์” (Smile Design) ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Personalized Smile Design เพื่อถ่ายภาพคนไข้ขณะยิ้มและออกแบบรอยยิ้มใหม่ในกรณีที่คนไข้รู้สึกไม่มั่นใจในรอยยิ้มของตนเอง รวมทั้งมีการทำม็อคอัพ จำลองให้เห็นภาพ และเลือกแบบของการยิ้มในมุมที่สวยถูกใจที่สุด ก่อนดำเนินการ เช่นเดียวกับการทำ วีเนียร์” (Veneer) หรือเคลือบฟันเทียมที่เป็นการแก้ไขผิวหน้าฟัน โดยสามารถเลือกทั้งรูปทรงและสีของฟันได้ ตอบโจทย์เรื่องของบุคลิกภาพอย่างแท้จริง

วันเดย์ โซลูชัน” ตอบโจทย์ชีวิตยุค 5G

ทพ.กิตติพงศ์ บูรณะโสภณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการคลินิกทันตกรรม บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก กล่าวว่า วิถีชีวิตของคนในยุคปัจจุบันที่เร่งรีบ ประกอบกับการเฝ้าระวังโควิด-19 ทำให้คนจำนวนมากกังวลกับการไปทำฟันที่คลินิก อยากทำฟันให้เสร็จเร็วในจำนวนครั้งที่น้อยที่สุด ครอบฟันที่ปกติใช้เวลาประมาณ 7 วัน โดยที่คนไข้จะต้องมีครอบฟันแบบชั่วคราวอยู่ในปาก ฉะนั้นยิ่งสามารถลดเวลาทำฟันลงได้เร็วแค่ไหนยิ่งมีความปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น บริการแบบ วันเดย์ โซลูชัน” จึงเข้ามาตอบโจทย์ผู้รับบริการที่มีเวลาน้อย ต้องการแก้ปัญหาในช่องปากอย่างรวดเร็ว รวมทั้งชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาใช้บริการทันตกรรม

ทั้งนี้ วันเดย์ โซลูชัน” ครอบคลุมถึงการบริการ อุดฟัน ซึ่งปกติจะใช้อมัลกัม (Amalgam) วัสดุสีเงินเป็นโลหะเจือกับปรอทใช้ในการอุดฟัน ซึ่งเป็น Direct Method ทำกับการอุดฟันใหญ่ๆ ได้ยากและใช้เวลานาน การใช้ Onlays/Inlays ซึ่งเป็น Indirect Method คือทำชิ้นงานให้เสร็จก่อนจึงนำเข้าไปติดในโพรงฟัน จึงเป็นการแก้ปัญหาวัสดุอุดขนาดใหญ่และสามารถใช้งานได้ในทันที

         บริการครอบฟัน (Crown) เช่น ในกรณีที่ฟันแตกหักมา หรือมีการรักษารากฟันมาแล้ว หมดกังวลเมื่อเข้ามาใช้บริการ สามารถได้ฟันสวยกลับไปภายในวันเดียว รวมทั้งการทำ วีเนียร์ ที่มีกระบวนการมากมายตั้งแต่การกรอหน้าฟันเพื่อติดวีเนียร์ที่มีทั้งใช้วัสดุชนิดลามิเนตและเซรามิกแปะลงบนผิวของฟัน ซึ่งแต่เดิมการติดวีเนียร์แบบชั่วคราว ถ้าไม่ต้องการให้หลุดก็ต้องยึดให้ดี ทำให้แกะออกยาก วันเดย์ โซลูชัน” โดยใช้ Intra - Oral Scanner สแกนถ่ายภาพภายในช่องปาก เป็นดิจิทัลไฟล์ไปดีไซน์ชิ้นงานบนจอคอมพิวเตอร์ ก่อนจะสั่งพริ้นต์หรือกลึงแบบได้ออกมาเป็นชิ้นงาน ติดฟันคนไข้ได้เลยภายใน 1 วัน ทำให้สวยได้ในชั่วข้ามคืน

สำหรับคนไข้ที่กลัวการทำฟัน (Dental Phobia) คลินิกทันตกรรม บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก มีเทคนิคการทำ Sleep Dentistry ช่วยลดการรับรู้ของคนไข้ขณะทำทันตกรรม โดยทีมวิสัญญีแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลกรุงเทพ นอกจากนี้ยังสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายในการทำฟัน ร่วมกับอโรมาเทอราพีกลิ่นสปา ออกแบบห้องทันตกรรมให้เหมือนอยู่ในห้องส่วนตัว มีจอพลาสมาบนเพดานสามารถดูได้ขณะนอนบนเตียงทำฟัน สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนดูรายการโปรดได้ เพื่อให้การพบทันตแพทย์เป็นอีกเรื่องดีๆ และเป็นเรื่องที่ไม่น่ากลัวอีกต่อไป เพราะสุขอนามัยช่องปากที่ดีที่สุดและรอยยิ้มที่สวยงามมีความสำคัญในทุกช่วงวัย

BDMS Wellness Clinic มุ่งมั่นพัฒนาและวิจัยเรื่องสุขภาพ เพื่อมอบเป็นของขวัญแก่คนไทยทุกคน เพราะสุขภาพที่ดี คือของขวัญที่ดีที่สุด  Live longer, Healthier and Happier

                สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกทันตกรรม บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก ไลน์: @bdmswellnessclinic or https://lin.ee/rdIDv1เว็บไซต์ www.bdmswellness.com , https://www.bwcdentalclinic.com/

 

  

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 256...