วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซับน้ำตาผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 6 มอบเงินสดและเครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิต

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซับน้ำตาผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 6 

มอบเงินสดและเครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิต

               ตามที่ได้เกิดอัคคีภัยบ้านเรือนประชาชนบริเวณซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 6 เขตสาทร เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งเพลิงไหม้ในครั้งนี้ได้สร้างความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก

                มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ  พร้อมด้วย  นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก และคณะกรรมการมูลนิธิฯ นำทีมฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณชุมชนซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 6 (ซอยพิชัย 1) เขตสาทร จำนวน 29 ครอบครัว 50 คน มอบเงินสดคนละ 3,000 บาท

               และมอบเงินค่าฌาปนกิจศพให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุอัคคีภัย จำนวน 1 ราย รายละ 20,000 บาท พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภครายครอบครัว 16 ชุด รายบุคคล 13 ชุด ในการนี้ มูลนิธิไกรสิทธิการกุศล มอบเงินสดคนละ 400 บาท จำนวน 50 คน และมูลนิธิพุทธสมาคมปทุมรังษี  ได้มอบข้าวสารให้คนละ 10 กิโลกรัม จำนวน 50 คน   รวมงบประมาณการช่วยเหลือเป็นเงิน  257,000 บาท (สองแสนห้าหมื่นเจ็ดพันบาทถ้วน) โดยมี นายชาติชาย กุละนำพล ผู้อำนวยการเขตสาทร ร่วมในพิธี  ณ บริเวณชุมชนซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 6 เขตสาทร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2565

                 ตลอดระยะเวลากว่า 112 ปี  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์ สิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค สนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลของมูลนิธิฯ ตลอดมา ทำให้มูลนิธิฯ สามารถขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา  เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung  

#ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต 

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” 

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน 

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418 

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

บริษัทธรรมดี โฮลดิ้ง กรุ๊ฟ เซ็น MOU กับ KSL Corporation เปิดโปรเจ็คใหม่นำเข้ารถไฟฟ้า พร้อมเปิดตัวให้โชว์รูมและศูนย์บริการคลอบคลุมทั่วประเทศกว่า 300 สาขา ตั้งเป้า 5,000 ล้านบาท

บริษัทธรรมดี โฮลดิ้ง กรุ๊ฟ เซ็น MOU กับ KSL Corporation เปิดโปรเจ็คใหม่นำเข้ารถไฟฟ้า 

พร้อมเปิดตัวให้โชว์รูมและศูนย์บริการคลอบคลุมทั่วประเทศกว่า 300 สาขา

ตั้งเป้า 5,000 ล้านบาท


ริษัทธรรมดี โฮลดิ้ง กรุ๊ฟ จำกัด นำโดยท่านประธานธีรวัฒน์ สุธรรม (คุณป้อม) จับมือเซ็นสัญญากับผู้หญิงเก่งแห่งปี คุณรษิกา จิรัชฉณาณัณ หรือ น้อง “กาสะลอง” กรรมการบริหารของ KSL Corporation อายุเพียง 30 ปี ผู้หญิงเก่งแห่งปี เจ้าของธุรกิจ รถหรู Kasalong Auto Car , KSL Corporation และถือว่าเป็น MD ที่อายุน้อยมาก ประสบความสำเร็จตั้งเเต่ อายุ 27 ปี การันตีด้วยยอดขายรถหรู รถยุโรปปี 2021 ถึง 1,000 คัน จนได้รับฉายา "เจ้าแม่รถหรู"

โดยจัดให้มีงานแถลงข่าว "การเซ็นต์สัญญา MOU  ระหว่าง Thamdee กับ KSL Corporation" กับ  Big Project  นำเข้ารถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้า เพิ่มศักยภาพโครงสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มเติมในธุรกิจพลังงานไฟฟ้า เพื่อลดมลภาวะทางอากาศและเพื่อสร้างงานสร้างอาชีพ ตั้งเป้า 5,000 ล้านบาท ที่ โรงแรมโกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอริน ถนนพระราม 9

พร้อมเปิดตัว คุณวิคกี้ กุลไอริณ หิรัญญ์นนทวานิช และคุณกาสะลอง รษิกา จิรัชฉณาณัณ 2 MD สาวสวย เข้ามาลุยโปรเจคใหญ่เป็นกับ Thamdee EV Motor แถมแต่งตั้งคุณกาสะลอง ขึ้นรับหน้าที่เป็น Brand Ambassador ของโปรเจคนี้ด้วย คุณกาสะลองยังวางแผนเทรนงานขาย จับมือทีมลุยขยายตลาดเพื่อสร้าง "นักขายมืออาชีพ" ทึ่มีรายได้ไร้ขีดจำกัดไปพร้อมกัน

Thamdee EV Motor พร้อมเปิดตัวให้โชว์รูมและศูนย์บริการคลอบคลุมทั่วประเทศกว่า 300 สาขา มีจุดบริการชาร์ทไฟทั่วทุกพื้นที่มากที่สุด

        จึงขอเรียนเชิญแขกผู้ที่มีความสนใจสร้างงานสร้างอาชีพในโมเดลธุรกิจใหม่ Thamdee EV Motor และสื่อมวลชนร่วมแถลงข่าว "การเซ็นสัญญา MOU  ระหว่าง Thamdee กับ KSL Corporation" ในวันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน 2565 เวลา 12:00 น. - 17:00 น. สถานที่ โรงแรมโกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอริน พระราม 9



วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

การแข่งขันชกมวย เทศกาลลอยกระทง เทศบาลหนองน้ำใส อ.สี่คิ้ว จ.นครราชสีมา สารวัตรแรมโบ้ มอบถ้วยรางวัลของ พล.อ. พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ให้ผู้ชนะ

การแข่งขันชกมวย เทศกาลลอยกระทง เทศบาลหนองน้ำใส อ.สี่คิ้ว จ.นครราชสีมา

สารวัตรแรมโบ้ มอบถ้วยรางวัลของ พล.อ. พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ให้ผู้ชนะ

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 เป็นงานประเพณีลอยกระทง สืบสานวัฒนธรรมของไทย ในแต่ละจังหวัดก็จะจัดให้มีกิจกรรม และงานรื่นเริงต่างๆ  ทางเทศบาลหนองน้ำใส อ.สี่คิ้ว จ.นครราชสีมา โดยการนำของนายชาตรี อินทร์ประดิษฐ์ นายกเทศบาลตำบลหนองน้ำใส ก็ได้จัดงานลอยกระทงเช่นกัน  โดยภายในงานได้ให้มีกิจกรรมการแข่งขันชกมวยไทย เชิดชูศิลปะมวยไทย มรดกโลก ชิงถ้วยรางวัลของ พล.อ. พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ณ เวที่ชั่วคราว เทศบาลหนองน้ำใส อ.สี่คิ้ว จ.นครราชสีมา เพื่อเป็นขัวญกำลังใจและเป็นสิริมงคลกับเยาวชน  ญาติพี่น้อง และครอบครัว

สำหรับนักมวยไทยที่เข้าแข่งขันชกมวยไทยจะเป็นเยาวชนที่พักอยู่ในบริเวณใกล้เคียงในเขตตำบลหนองน้ำใส เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีประสบการณื มีทักษะการใช้ศิลปะการต่อสู้มวยไทยไว้ป้องกันตัว และห่างจากยาเสพติด โดยจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรี

โดย พล.อ. พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จึงมอบหมายให้ พ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช (สารวัตรแรมโบ้) นายตำรวจประจำตัว องคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เป็นผู้นำถ้วยรางวัลมามอบให้นายชาตรี อินทร์ประดิษฐ์ นายกเทศบาลตำบลหนองน้ำใส จำนวน 3 ถ้วย คือ ถ้วยรางวัลชนะเงิศมวยไทยคู่เอก ถ้วยรางวัลรองชนะเลิศมวยไทย และถ้วยรางวัลชนะเลิศมวยคู่ดุเดือด

ในวันลอยกระทงวันนั้น มีประชาชนมาชมกันจนแน่นขนัด เมื่อนักมวยของตนออกอาวุธ ต่างก็ส่งเสียงเชียร์กระหึ่มดังไปทั่วสนาม นักมวยที่ลงสนามทุกคู่ชกกันอย่างดุเดือด เผ็ดมัน ต่างฝ่ายต่างดูเชิง ออกอาวุธใส่คู่ต่อสู้อย่างออกรสออกชาด มันสะใจคนดูทั้งสนาม

 สำหรับผู้มอบถ้วยรางวัลให้แก่ผู้ชนะได้แก่

พ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช (สารวัตรแรมโบ้) นายตำรวจประจำตัว องคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เป็นผู้มอบถ้วยรางวัลชนะเลิศมวยไทยคู่เอก ของ พล.อ. พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

นางสาว ปรีย์ธิดา  สมจิตร ผู้อำนวยการทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก (ค่ายมวย ป.สมจิตร)

อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เป็นผู้มอบถ้วยรางวัลรองชนะเลิศมวยไทยคู่เอก ของ พล.อ. พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

และ นายชาตรี อินทร์ประดิษฐ์ นายกเทศบาลตำบลหนองน้ำใส เป็นผู้มอบถ้วยรางวัลชนะเลิศมวยตู่ดุเดือดของ พล.อ. พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9



มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม รวม 6 จังหวัด มูลค่า 2.2 ล้านบาท

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม รวม 6 จังหวัด มูลค่า 2.2 ล้านบาท

           มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ รักษาการหัวหน้าแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิ ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันพืช น้ำปลา ฯลฯ ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี ชัยนาท ชัยภูมิ ลพบุรี นครสวรรค์ และตาก รวม 6 จังหวัด  คิดมูลค่าเครื่องอุปโภคบริโภคทั้งสิ้น 2,200,000 บาท (สองล้านสองแสนบาทถ้วน) โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ  มูลนิธิฯ / สมาคม  ประจำจังหวัดต่างๆ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี  ระหว่างวันที่ 8-13 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา

                     นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเพื่อเป็นการฟื้นฟูหลังน้ำลดทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และพื้นที่ส่วนภูมิภาค รวม 16 จังหวัด รวมงบประมาณเครื่องอุปโภคบริโภคในการแจกจ่ายไม่ต่ำกว่า 5.1 ล้านบาท

                     เมื่อเกิดอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมบรรเทาสาธารณภัย พร้อมเรือท้องแบน และ โรงครัวเคลื่อนที่เพื่อประกอบอาหารกล่อง พร้อมถุงยังชีพ ชุดยาเวชภัณฑ์ และอาหารสุนัขและแมว  นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ในเบื้องต้น หลังจากนั้น ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จะดำเนินการประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อบรรเทาทุกข์ ฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย รายละ 20,000 บาท ทั้งนี้ หากมีผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย ญาติของผู้เสียชีวิตสามารถประสานรายละเอียดการขอรับเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพ จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่  แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ โทร 02-225-0020  เวลา 08.30-16.30 น.


                    ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ยังคงอยู่ระหว่างดำเนินการภารกิจในพื้นที่ และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่าง ๆ ต่อไป

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

#ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

CP LAND สยายปีกเดินหน้าขยายธุรกิจโรงแรม ตั้งเป้ารายได้แตะ 1,200 ล้านบาทอีก 3 ปีข้างหน้า

CP LAND สยายปีกเดินหน้าขยายธุรกิจโรงแรม

ตั้งเป้ารายได้แตะ 1,200 ล้านบาทอีก 3 ปีข้างหน้า

                                                          

                  บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND  หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย สยายปีกเดินหน้าแผนการลงทุนและขยายธุรกิจโรงแรมเครือฟอร์จูน กรุ๊ป (Fortune Group) ภายใต้เครือ CP LAND เพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกิจโรงแรมทั้งหมด โดยตั้งเป้าหมายได้รายได้ในส่วนของธุรกิจโรงแรมแตะระดับ 1,200 ล้านบาท ในปี 2568 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า

                 นายกนธีร์ ติรวิภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND เปิดเผยว่า สำหรับวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจโรงแรมเครือฟอร์จูน กรุ๊ป (Fortune Group) ภายใต้เครือ CP LAND ในปี 2568 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมภายใต้เครือ CP LAND มีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีขึ้น เริ่มกลับมาขยายตัวปกติ ใกล้เคียงกับช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตามการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจ และภาคการท่องเที่ยวที่เริ่มดีขึ้นจากการเปิดประเทศ ส่งผลให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ  CP LAND จึงมีแผนการที่จะขยายธุรกิจโรงแรมในอนาคตให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างการขยายตัวของรายได้ในส่วนของธุรกิจโรงแรมสู่ระดับ 1,200 ล้านบาท ในปี 2568 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งสอดรับกับกลยุทธ์หลักของทุกธุรกิจในเครือ CP LAND ที่ตั้งเป้าหมายรายได้รวมสู่ระดับ 5,000 ล้านบาท ในอีก 3 ปีข้างหน้าเช่นกัน

               ปัจจุบัน CP LAND มีโรงแรมในเครือทั้งหมด 13 แห่งทั่วประเทศ รวมเป็นมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมด 4,150 ล้านบาท ซึ่งใน 3 ปีต่อจากนี้ 2566 CP LAND มีแผนการขยายการลงทุนของธุรกิจโรงแรมไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท โดยการขยายธุรกิจมีทั้งซื้อโรงแรมเก่าและสร้างโรงแรมใหม่ในที่ที่มีศักยภาพสูงและอยู่ในทำเลที่ตอบโจทย์ ซึ่งการลงทุนแบ่งระดับโรงแรมเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ โรงแรมกลุ่มที่ 1 เป็นโรงแรมขนาด 300-400 ห้อง อย่างน้อย 1 แห่งโดยมีเป้าอยู่ในจังหวัดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลัก เช่น ภูเก็ต กระบี่ เชียงใหม่ และพังงา เป็นต้น ถัดมาเป็นโรงแรมกลุ่มที่สอง กลุ่มนี้จะเป็นโรงแรมขนาด 150-200 ห้อง อย่างน้อย 2 แห่ง โดยมีเป้าหมายที่ เชียงใหม่ พัทยา หรือจังหวัดท่องเที่ยวรอง ซึ่งอาจจะเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้นมาตามนโยบายของรัฐบาล สุดท้าย โรงแรมกลุ่มที่สาม เป็นโรงแรมที่เป็นลักษณะไม่เกิน 79 ห้องอย่างน้อย 15 แห่ง เป้าหมายคือ หาดใหญ่ ศรีราชา ระยอง กรุงเทพฯ พระนครศรีอยุธยา ขอนแก่น อุดรธานี และกาญจนบุรี โดยทั้ง 3 กลุ่มจะเป็นแนวทางการขยายในธุรกิจโรงแรม

“เพื่อให้สอดคล้องกับการที่จะบรรลุเป้าหมายของธุรกิจ CP LAND คำนึงถึงกลยุทธหลักทั้ง 4 ส่วน ได้แก่ 1.การบริหารและการจัดการ ต้องเปลี่ยนระบบการบริหารแบบเดิมไปสู่ระบบใหม่ 2.การเพิ่มคุณสมบัติหรือความสามารถของผู้บริหารในแต่ละโรงแรมทั้งการเสริมความรู้ การฝึกอบรมและการให้ข้อมูลรวมถึงการวางแผนกลยุทธร่วมกันกับผู้บริหารส่วนกลาง 3.การปรับปรุงคุณภาพและบริการให้สินค้ามีคุณภาพและมาตรฐาน  4.การจัดการผู้บริหารที่มีความสามารถสูง ทั้งด้านการขาย ด้านการเงิน  ด้านบริการและความสะอาด ด้านวิศวกรรม  ซึ่งจะดูแลในส่วนของคุณภาพและระบบต่างๆหลังบ้านให้เสถียร และ เทคโนโลยีของ BI (Business Intelligence) มาช่วยบริหารจัดการ”

                 “CP LAND ให้ความสำคัญในเรื่องของ ทำเลสถานที่ตั้ง คุณภาพห้องพักและบริการ โดยจะมุ่งเน้นยกระดับคุณภาพห้องพัก และบริการ ประกอบด้วย เตียงมีคุณภาพสูง ฟูกคุณภาพดี ทีวีระบบอัจริยะ ระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง โดยคุณภาพห้องพักและบริการ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน โดยทั้งหมดนี้ต้องยกระดับมาตรฐานทั้งด้านคุณภาพห้องพักและบริการให้แตกต่างจากโรงแรมอื่นๆ เพื่อเป็นจุดขายหลักโรงแรมของ CP LAND ซึ่งเชื่อว่าแผนการขยายธุรกิจภายใน 3 ปีจะสร้างรายได้แตะระดับ 1,200 ล้านบาทตามเป้าหมายวางไว้อย่างแน่นอน สอดคล้องกับแผนในภาพรวมที่รายได้ของทั้งบริษัทจะขยายตัวสู่ระดับ 5,000 ล้านบาท” นายกนธีร์ กล่าว

งานใหญ่ "สวดมนต์ข้ามปี" ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่วัดเขาสามล้าน (ใกล้ศาลตาหินช้าง) อ.ท่าเเซะ จ.ชุมพร วันที่ 31 ธันวาคม 2565-1 มกราคม 2566

งานใหญ่ "สวดมนต์ข้ามปี" ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ที่วัดเขาสามล้าน (ใกล้ศาลตาหินช้าง) อ.ท่าเเซะ จ.ชุมพร 

วันที่ 31 ธันวาคม 2565-1 มกราคม 2566

                เอก อัคคี บิ๊กบอสค่าย อัคคีคอร์ปอเรชั่นจำกัด เจ้าของสนพ.เอกสิริมงคล, มูมายาสยามเตรียมจัดงานใหญ่ "สวดมนต์ข้ามปี" ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่วัดเขาสามล้าน (ใกล้ศาลตาหินช้าง) อ.ท่าเเซะ จ.ชุมพรงานสวดมนต์ข้ามปี วันที่ 31 ธันวาคม 2565-1 มกราคม 2566 โดยพระอาจารย์อำนาจ เกจิดังเมืองชุมพรสายพญาครุฑสี่กร และพิธีกรรมสุดเข้มขลังจุดเทียนพญาครุฑเศรษฐีบารมีเหนือดวงตามศาสตร์โบราณ แก้ปีชงหนุนดวงเสริมราศี การอักขระเลขยันต์ นะหน้าทอง,สักเปิดดวงลายมือเศรษฐี ฯลฯ

               โดยในภาคกลางวัน พบกับการประกวดร้องเพลงชิงถ้วยรางวัลพร้อมเงินสด และของขลัง มีกิจกรรมเต็มเวที ส่วนในภาคกลางคืน พบกับการแสดงโนราห์โดยนางเอกดังแดนใต้ คณะรุ่งทิพย์ เธียรทอง และภาคดึก ร่วมพิธีกรรมสวดมนต์ข้ามปีและจุดเทียนหนุนดวงบนยอดเขา

                นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการออกร้านค้าสายมู ร้านอาหารอร่อย ศิลปินคนดังออกโรงทาน และการประมูลของดารานักร้อง ฯลฯ โดยรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้ชมรมนักข่าวบันเทิง

                สนับสนุนการจัดงานโดย ชมรมนักข่าวบันเทิง ชมรมเด็กวัดแห่งประเทศไทย นิตยสารพลังศรัทธา นิตยสาร POWERSTAR และช่อง 8 แชลแนล

บริหารงานโดย ทีมงานเอกสิริมงคล

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

“LA BOUM Vintage Beach Festival” ย้อนเวลาสนุกสนานกับบทเพลงเพราะๆ ยุค 80's วันเสาร์ที่ 3 ธ.ค. 2565 ณ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน

“LA BOUM Vintage Beach Festival”

ย้อนเวลาสนุกสนานกับบทเพลงเพราะๆ ยุค 80's 

วันเสาร์ที่ 3 ธ.ค. 2565 ณ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน

                  คุณสัณณ์ชัย เองตระกูล เบิร์ด-กุลพงศ์ บุนนาค และ น็อต-นุติ เขมะโยธิน ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน "LA BOUM Vintage Beach Festival" ย้อนวันวานบทเพลงยุค 80's แห่งความคิดถึง ต้อนรับลมหนาว โดยรายได้ส่วนหนึ่งของการจำหน่ายบัตรจะมอบให้สถาบันมะเร็งแห่งชาติ พร้อมฟังบทเพลงเพราะๆ เรียกน้ำย่อยจาก แต๋ม-ชรัส เฟื่องอารมณ์ มัม ลาโคนิค (วัลลภ มณีคุ้ม) อุ้ย-รวิวรรณ จินดา ฟอร์ด-สบชัย ไกรยูรเสน และ โมทย์-ปราโมทย์ วิเลปะนะ ณ Flamengo Bangkok ชั้น 9 ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์

                  งาน LA BOUM Vintage Beach Festival” (ลาบูม วินเทจ บีช เฟสติวัล) ย้อนวันวานแห่งความคิดถึง ที่ชวนให้คุณกลับไปสนุกสนานกับบทเพลงเพราะๆ ยุค 80's ที่คิดถึงอีกครั้ง ในบรรยากาศชายหาดส่วนตัว กับศิลปินที่คุณชื่นชอบ อาทิ The Palace & ปุ๊ อัญชลี จงคดีกิจ | สาว สาว สาว | แต๋ม ชรัส เฟื่องอารมย์ | ปั่น ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว | ต้น สุชาติ ชวางกูร  | อุ้ย รวิวรรณ จินดา | มัม ลาโคนิค | ฟอร์ด สบชัย ไกรยูรเสน | ปราโมทย์ วิเลปะนะ และ แอ๊นท์ Emotion Town | The Billboard & ปิง ฟรุตตี้ | Byrd & Heart ซึ่งจะมารวมตัวกันจัดเต็มความสุขกับบทเพลงแห่งวันวานตลอดการแสดงกว่า 8 ชั่วโมง ในวันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม 2565 ณ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป

                  นอกจากบทเพลงสุดฮิตในยุค 80's แล้ว คุณยังได้เพลิดเพลินกับหนังกลางแปลงเรื่องดังในยุคนั้นแบบส่วนตัวริมทะเล และสนุกช้อปกับ Vintage Marget ที่มีบูธอาหาร, ของที่ระลึก และสินค้าวินเทจต่างๆ ให้เลือกซื้อ

REGULAR TICKET ราคา 2,000 บาท

HAY ZONE ราคา 2,500 บาท (จำนวนจำกัด) บัตรเข้าชมโซนพิเศษ พร้อมที่นั่งฟาง

VIP TICKET เพียง 4,000 บาท (จำนวนจำกัด) พร้อมรับสิทธิพิเศษ Fast Lane, VIP Parking, VIP Seating, Food & Beverage, VIP Toilet

เปิดจองบัตรแล้ว ที่ Line Official @Laboumfestival 

คลิก https://bit.ly/LA-BOUM 

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ Facebook Fanpage : Laboum Music Festival Https://facebook.com/LaboumMusicFestival

#LABOUM #VintageBeachFestival

https://fb.watch/gw8Z3L1dte/

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 256...