วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินหน้าเป็นสะพานบุญปกป้องอธิปไตยไทยต่อเนื่อง มอบเงินสนับสนุน 1 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินหน้าเป็นสะพานบุญปกป้องอธิปไตยไทยต่อเนื่อง 

มอบเงินสนับสนุน 1 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บ 

รวมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงของฐานที่มั่นในการปกป้องอธิปไตยจากเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยปรับปรุงเส้นทางเคลื่อนย้ายยานเกราะฯ

     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นายนิพนธ์ โชคภิรมย์วงศา กรรมการปฏิคม และ นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ ร่วมในพิธีมอบความช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บ รวมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงของฐานที่มั่นในการปกป้องอธิปไตยจากเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมูลนิธิฯ มอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)  เพื่อปรับปรุงเส้นทางเคลื่อนย้ายยานเกราะฯ โดยมี พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พลตรี ณัฐพงศ์ พรหมศร ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พร้อมคณะ เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และนายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัยมูลนิธิฯ ร่วมในพิธี  ณ อาคารอเนกประสงค์ ชั้น 2 สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เขตดินแดง กรุงเทพฯ เมื่อวันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568

     เมื่อเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ได้เร่งมอบหมายให้คณะกรรมการ นำทีมสาธารณภัยลงพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ และศาลากลางจังหวัด และศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นให้แก่ผู้อพยพจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากนั้นได้เข้ามอบเงินปลอบขวัญ พร้อมกระเช้าสุขภาพ ให้แก่ประชาชน และทหารกล้าที่บาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พักรักษาตัวภายในโรงพยาบาลต่างๆ พร้อมประสานงานต่อเนื่องเพื่อดำเนินการขยายการช่วยเหลือ

     รวมงบประมาณที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจผู้มีจิตศรัทธา สู่ทหารกล้าและประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา นับตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันคิดเป็นมูลค่ากว่า 4.89 ล้านบาท โดยมูลนิธิฯ ยังคงติดตามสถานการณ์เพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือตามนโยบายการดำเนินงานของแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต่อไป

    มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคสมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป และขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่-อาสาสมัครทุกท่าน ทุกหน่วย ที่ปฏิบัติภารกิจ รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ววัน

     ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## 

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

#ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต

#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด

ททท. จับมือ Fastwork จัดกิจกรรม “100 เดียวเที่ยวได้งาน” รอบสุดท้าย

ททท. จับมือ Fastwork จัดกิจกรรม “100 เดียวเที่ยวได้งาน” รอบสุดท้าย 

เจาะคนทำงานยุคดิจิทัล กระตุ้นเที่ยวไทย–หนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น


     การทำงานไม่จำเป็นต้องผูกติดอยู่กับโต๊ะทำงานอีกต่อไป แค่มีโน้ตบุ๊ก อินเทอร์เน็ต และวิวที่ใช่นั่นคือสำนักงานของคนรุ่นใหม่เพราะวันนี้ คนทำงานจำนวนมากเลือกที่จะออกเดินทางไปพร้อมกับงานในมือ เทรนด์ Workation จึงไม่ใช่แค่เรื่องแฟชั่นชั่วคราว แต่มันคือ วิถีชีวิตใหม่ของกลุ่มคนทำงานอย่าง Freelancers, Digital Nomads, Remote Workers และเจ้าของกิจการยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Work–Life Integration และในท่ามกลางกระแสดังกล่าว ประเทศไทยกลับกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ใช่ ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก ธรรมชาติที่สวยงาม ค่าครองชีพที่สมเหตุสมผล และบรรยากาศที่ช่วยรีเฟรชความคิดได้อย่างแท้จริง

เพื่อส่งเสริมเทรนด์นี้ให้ขยายผลเชิงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงเดินหน้าผลักดันกลยุทธ์ Workation Economy อย่างต่อเนื่อง โดยได้จับมือ Fastwork จัดกิจกรรม “100 เดียวเที่ยวได้งาน” ที่เป็นกลไกการตลาดสำคัญ ในการเชื่อมโยงแนวคิด Workation เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนทำงานรุ่นใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่นและสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน ผ่านการเลือกโลเคชั่นใหม่ ๆ ที่ช่วยเติมเต็มทั้งพลังใจและแรงบันดาลใจ



     จากความคุ้มค่าสู่แรงบันดาลใจของคนทำงาน กับกิจกรรม “100 เดียวเที่ยวได้งาน” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อจุดประกายความฝัน สร้างแรงบันดาลใจ ในการทำงาน โดยเสนอขาย Voucher ด้านการท่องเที่ยว ในราคาเพียง 100 บาท ซึ่งหลังจากการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมในรอบแรกเมื่อ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้รับเสียงตอบรับจากนักท่องเที่ยวอย่างล้นหลาม และจะเปิดให้นักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมรอบสุดท้าย ในวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ผ่านทางเว็บไซต์ www.fastwork.co โดยเสนอขายสินค้าจากผู้ประกอบการทั่วไทยให้นักท่องเที่ยวได้เลือกมากมาย อาทิ ศรีพันวา, ทรีเฮาส์ วิลล่าส์, บาบา บีช คลับ หัวหิน ชะอำ ลักชัวรี พูลวิลลา บาย ศรีพันวา, ดิ อัยยะปุระ เกาะช้าง, โรงแรมซีทรู บาย เดอะ ซายน์, ริเวอร์แคว รีโซเทล, เลเจนด้า สุโขทัย รีสอร์ท, โอเอซิสสปา, สวนน้ำโคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส และบาร์บีคิวพลาซ่า เป็นต้น

     สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถสมัครสมาชิก Fastwork และดูรายละเอียดกติการได้ที่เว็บไซต์ www.fastwork.co และจะต้อง verify ทั้งอีเมลและเบอร์โทรศัพท์ให้เรียบร้อยก่อนกดซื้อสินค้า นอกจากนี้ภายใต้โครงการยังเสนอสิทธิพิเศษส่วนลด สูงสุดกว่า 80% จากสถานประกอบการชั้นนำทั่วไทย สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.tourismthailand.org/workationthailand หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official Account: @workationthailand






วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2568

พระราชทานน้ำหลวงอาบศพท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร



      พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร ท.จ.ว.,ม.ช..ม.ว.ม. ณ ศาลาบัณณรศภาค วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เมื่อวันพุธ ที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๘



       สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร และเสด็จ ฯ ไปทรงวางพวงมาลาของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพวงมาลาส่วนพระองค์



      ท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร (เดิมหม่อมเจ้าพันธุ์สวลี ยุคล) ถึงแก่อนิจกรรม ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ สิริอายุ 91 ปี ท่านเป็นพระมารดาในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และหม่อมหลวงสราลี กิติยากร รวมทั้งยังเป็นพระอัยยิกา (ยาย) ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา



    กำหนดสวดพระอภิธรรม “ท่านผู้หญิงพันธ์ุสวลี กิติยากร“ ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ราชวรวิหาร วันที่ 12-17 มิถุนายน พ.ศ. 2568 เวลา 19.00 น.


*** ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ.2568 เป็นต้นไป งดรับพวงหรีด และท่านใดที่สนใจสมทบทุนปัจจัยเข้ามูลนิธีผึ้งหลวงอัศวิน ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของท่านผู้หญิงพันธ์ุสวลี กิติยากร ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และช่วยเหลือสาธารณะประโยชน์ ให้เอื้อประโยชน์อย่างสูงสุด แก่ผู้ร่วมบุญ ในการอุทิศบุญถวายท่านผู้หญิงพันธ์ุสวลี กิติยากร จะมีการรับบริจาคบริเวณหน้างานสวดพระอภิธรรม หรือสามารถโอนเข้า มูลนิธิผึ้งหลวงอัศวิน ชื่อบัญชีธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 6614032801 

ภาพ ... วายุ พุกโฉมงาม


งาน “กาแฟพ่อหลวงสู่ความยั่งยืน Royal Coffee BCG to SDGs”

งาน “กาแฟพ่อหลวงสู่ความยั่งยืน Royal Coffee BCG to SDGs” 

จุดประกายบทใหม่ของกาแฟไทย สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

       มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) กรมวิชาการเกษตร และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) จัดงาน “กาแฟพ่อหลวงสู่ความยั่งยืน Royal Coffee BCG to SDGs” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 15 มิถุนายน 2568 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์นายกกิตติมศักดิ์ พร้อมทั้งน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงวางรากฐานการปลูกกาแฟอราบิก้าบนพื้นที่สูง และสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกร ซึ่งส่งผลให้เกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความมั่นคงของชุมชนอย่างยั่งยืน


        พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เลขาธิการและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "การสืบสาน รักษา ต่อยอด การพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน : กาแฟอราบิก้า พืชเศรษฐกิจทางเลือกของโครงการหลวง" โดยกล่าวถึงความสำคัญของกาแฟอะราบิกาในฐานะพืชพระราชทานที่ช่วยสร้างรายได้มั่นคงแก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ตามหลัก “ไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” พระราชดำริของงพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร



         มูลนิธิโครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ได้ส่งเสริมการปลูกกาแฟให้แก่เกษตรกร 5,852 ครัวเรือน ในพื้นที่ปลูกกว่า 56,121 ไร่ เกิดคุณูปการที่สามารถสร้างผลผลิตให้แก่เกษตรกร จำนวน 5,000 ตันต่อปี เกิดรายได้หมุนเวียนในชุมชน 200-250 ล้านบาทต่อปี และเมื่อขยายไปยังภาพรวมของประเทศมีเกษตรกรปลูกกาแฟ 80,000 – 100,000 ครัวเรือน ผลผลิตรวม 16,623 ตันต่อปี สร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจ จำนวน 6,000 – 8,000 ล้านบาท อีกทั้งยังมีการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟแปรรูปที่มีมูลค่ากว่า 34,000 ล้านบาท สร้างเครือข่ายธุรกิจร้านกาแฟ โรงคั่ว และวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ พร้อมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการแปรรูปเป็นกาแฟเกรดพิเศษส่งออกสู่ต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และยุโรป


        การพัฒนากาแฟภายใต้โครงการหลวงมีระบบบริหารจัดการแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ มีการปลูกกาแฟในระบบร่มเงาที่ช่วยอนุรักษ์ป่าไม้ สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ ป้องกันการพังทลายของหน้าดิน เพิ่มพื้นที่สีเขียว และลดปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้สภาพปลูกมีความสามารถในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ มุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวทาง BCG Economy Model ของประเทศ และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN-SDGs)




        สำหรับการจัดงาน “กาแฟพ่อหลวงสู่ความยั่งยืน Royal Coffee BCG to SDGs” มีผู้เข้าร่วมและสนับสนุนการจัดงานจากหน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายในงานมีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศผลสัมฤทธิ์และการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมกาแฟอราบิก้า การสัมมนาวิชาการในหัวข้อ “ทิศทางและแนวทางการวิจัยและพัฒนาการผลิตและการตลาดกาแฟอราบิก้าของประเทศไทยและนานาชาติ” การจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างเครือข่ายการผลิต การตลาด และธุรกิจกาแฟระหว่างเกษตรกร ภาครัฐและเอกชน การประกวดเมล็ดกาแฟคุณภาพ รวมไปถึงการแข่งขันทักษะและความสามารถของบาริสต้า การจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์จากกาแฟ


วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดคาราวานป่อเต็กตึ๊ง ปันความสุข ให้ชุมชน” ปันความสุขสู่ภูมิภาค

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดคาราวานป่อเต็กตึ๊ง ปันความสุข ให้ชุมชน” ปันความสุขสู่ภูมิภาค

ยกทัพอาสาสมัครศิลปิน และของรางวัลหลากหลายรายการ  มอบความสุขให้แก่ชาวสมุทรสาคร


        มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ และนายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ จัด “คาราวาน ป่อเต็กตึ๊ง ปันความสุข ให้ชุมชน” ครั้งที่ 6 ยกทัพอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมถึงอาสาสมัครศิลปิน อาทิ นายธวัชชัย คชาอนันต์ (แฮ็ค ชวนชื่น) นางสาวอธิชา เทศขำ (เมย์-อธิชา) นายขวัญชัย เย็นพายัพ (เจี๊ยวจ๊าว เชิญยิ้ม) นายสมบูรณ์ จุลมุสิก (ทศพล หิมพานต์) นายรัชต์พงษ์ ทองทับ (น้าทูล) นายสัญญา วงพรนารายณ์  (เก่ง) นายสดใส โรจนวิชัย นางสาวกฤษณา แซ่โค้ว (กุง) มุ่งสู่จังหวัดสมุทรสาคร มอบความสุข พร้อมจัดกิจกรรมแจกของขวัญ และของรางวัลสุดพิเศษ นอกจากนี้ ยังได้จัดบริการด้านการแพทย์ฟรีจากหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชนมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กิจกรรมนันทนาการร่วมสนุกรับของรางวัล และกิจกรรมเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และหน่วยงานในเครือ ได้แก่ โรงพยาบาลหัวเฉียว คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว (คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว) และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ อาทิ การตรวจรักษาโรคทั่วไป แจกจ่ายยา ตรวจและแจกแว่นสายตา ตัดผม การเจาะเลือด เพื่อตรวจการทำงานของตับ ไต ไขมันในเส้นเลือด น้ำตาลในเลือด และเก๊าท์เบื้องต้น ฯลฯ รวมทั้งจัดบูธแจกจ่ายอาหาร เครื่องดื่ม และขนม ให้กับชาวสมุทรสาคร โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธี นายอุดม สมพร้อม ผู้อำนวยการโรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย คณะมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร แขกผู้มีเกียรติ และชาวสมุทรสาคร ร่วมในพิธี โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานและอิ่มเอมใจ ณ โรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2568


       ตลอดระยะเวลาวิกฤตกาลแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ผ่านมาประชาชนต้องผ่านสถานการณ์ที่ทุกข์ยาก และได้รับผลกระทบในการดำรงชีวิตอย่างยากลำบาก เมื่อสถานการณ์ได้เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จึงตระหนักในหน้าที่ ที่จะต้องสร้างความสุข สร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในชุมชนต่างๆ ซึ่ง “คาราวาน ป่อเต็กตึ๊ง ปันความสุข ให้ชุมชน” ครั้งที่ 6 มูลนิธิฯ ได้ขยายโครงการสู่ภูมิภาคเป็นครั้งแรก โดยมูลนิธิฯ ยึดมั่นการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขโดยไม่แบ่งแยกชนชั้น เชื้อชาติ วรรณะ และศาสนา ตามหลักปณิธาน “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” ที่มูลนิธิฯ ได้ดำเนินการมากว่า 115 ปี


ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต#

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 256...